ยอดสูญหายอาคารถล่ม ในไมอามีพุ่งเกือบ 160 ราย-ไม่พบคนไทยได้รับผลกระทบ

ยอดสูญหายอาคารถล่ม
ยอดสูญหายอาคารถล่ม

ยอดสูญหายอาคารถล่ม ในไมอามีพุ่งเกือบ 160 ราย-ไม่พบคนไทยได้รับผลกระทบ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุคอนโดถล่มในไมอามี เพิ่มเป็น 4 ราย ขณะที่ผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 160 คนแล้ว ตามรายงานของเอพี ด้านสถานทูตไทย ยืนยันไม่พบคนไทยได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำงานแข่งกับเวลาทั้งวันทั้งคืน ในการเข้าถึงซากปรักหักพัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่คาดว่าจะติดอยู่ในซากอาคารคอนโดมิเนียมที่พังถล่ม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นกว่านี้

ผู้ช่วยผู้บังคับการหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเขตไมอามี-เดดเคาน์ตี้ เรย์ เจดัลลาห์ เปิดเผยว่า ที่มา ทีมกู้ภัยรุดเข้าทุกพิกัดที่ได้ยินเสียงร้องเรียกของจุดที่น่าจะมีคนติดอยู่ภายในซากอาคาร โดยพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 11 รายในค่ำวันพฤหัสบดี

ด้านนายกเทศมนตรีเมืองเซิร์ฟไซด์ ชาร์ลส เบอร์เก็ตต์ ระบุว่า ทีมงานพบกับอุปสรรคจากกระแสลมแรงและฝนตก ก่อนที่ในช่วงเช้าวันศุกร์จะกลับมาเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุตึกถล่มเพิ่มเติม

คอนโดตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำนักข่าวเอพี รายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สูญหายเกือบ 160 ชีวิต ที่อาคาร Champlain Towers South คอนโดตากอากาศ 12 ชั้นในเมืองเซิร์ฟไซด์ นครไมอามี รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากมาย ทั้งจากรัสเซีย อิสราเอล กลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ รวมทั้งน้องสาวของสตรีหมายเลขหนึ่งของปารากวัยอยู่ในกลุ่มผู้สูญหายนับร้อยชีวิตนี้ด้วย

ทางกระทรวงต่างประเทศ และสถานกงสุลอย่างน้อย 4 ประเทศในอเมริกาใต้ ระบุว่า มีผู้คนอย่างน้อย 22 คน จากกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้ ที่อยู่ในรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุคอนโดถล่มครั้งนี้ โดยมี 9 คนจากอาร์เจนตินา 6 คนจากปารากวัย 4 คนจากเวเนซูเอลา และอีก 3 คนจากอุรุกวัย

ในกรณีของปารากวัยนั้น หนึ่งในผู้สูญหาย คือ โซเฟีย โลเปซ โมเรียรา น้องสาวของสตรีหมายเลขหนึ่งปารากวัย ซิลวานา อับโด และน้องสะใภ้ของประธานาธิบดีมาริโอ อับโด เบนิเทซ ซึ่งอยู่ในอาคารที่เกิดเหตุพร้อมกับครอบครัวของเธอด้วย

ทางสื่ออิสราเอล รายงานข้อมูลจากทางสถานกงสุลในนครไมอามี ที่เชื่อว่า มีชาวอิสราเอลราว 20 คนอยู่ในกลุ่มผู้สูญหายจากเหตุตึกถล่มนี้

ตลอดช่วงเช้าวันศุกร์ มีผู้คนจำนวนมากรออยู่ที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยใกล้กับซากอาคาร เพื่อรอผลตรวจสอบดีเอ็นเอที่ช่วยระบุเอกลักษณ์ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังใช้หลักฐานจำพวกข้าวของส่วนตัวในการระบุตัวเหยื่ออาคารถล่มเพิ่มเติมด้วย ขณะที่สาเหตุของอาคารถล่มยังไม่ได้ข้อสรุป

ทางผู้สื่อข่าววีโอเอไทย ได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และได้รับการยืนยันเบื้องต้นว่า ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุอาคารถล่มในไมอามีครั้งนี้

แบบตกแต่ง บ้าน 3 ชั้น จากรีโนเวทตึกแถวและทาวน์เฮ้าส์สุดเจ๋ง

แบบตกแต่ง บ้าน 3 ชั้น มีจุดเด่นตรงที่มีพื้นที่ใชสอยมากกว่าบ้าน 2 ชั้น หรือบ้านชั้นเดียว แต่สำหรับบางคนอาจจะกลายเป็นข้อจำกัด เพราะไม่รู้ว่าจะแบ่งพื้นที่หรือตกแต่งบ้านลักษณะนี้อย่างไรดี วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอรวบรวมไอเดียตกแต่งตึกแถวและไอเดียตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น มาฝากกัน ที่ต้องบอกเลยว่าทุกหลังนั้นเคยเป็นบ้านเก่าหรือบ้านมืองสองมาก่อน แต่ได้ถูกแปลงโฉมให้กลับมาเป็นตึกแถวหรือบ้านที่ดูสวยทั้งภายนอกและภายใน

1. ตกแต่งตึกแถว 3 ชั้น อายุ 40 ปี

ไอเดีย แบบตกแต่ง ตึกแถว 3 ชั้น จาก MARV ASIA ทีมสถาปนิกไทย กับฝีมือการแปลงโฉมบ้านเก่าอายุ 40 ปี ย่านวงเวียน 22 กรกฎาคม แม้จะมีปัญหาในหลาย ๆ จุด ทั้งเรื่องโครงสร้างที่ค่อนข้างแคบ เพราะมีหน้ากว้างเพียง 3.5 เมตร แถมยังมีเรื่องปลวกและน้ำรั่วให้ตามแก้ แต่สุดท้ายก็สามารถตกแต่งออกมาได้สวยงามในสไตล์มินิมอล แถมยังดูสว่างและกว้างขวางกว่าเดิมเป็นเท่าตัว โดยใช้โทนสีขาว-ดำเป็นหลัก พร้อมทำ Skylight 2 จุด เพื่อเปิดทางให้แสงเข้ามาภายในได้ทั่วถึงทุกมุม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนบริเวณหน้าบ้านให้กลายเป็นที่จอดรถได้อีกด้วย

ตึกแถว 2 คูหา สตูดิโอสไตล์ญี่ปุ่น

อีกหนึ่งไอเดียตกแต่งตึกแถวสามชั้นสไตล์ญี่ปุ่น ที่ อ Studio (All Studio) เปลี่ยนพื้นที่ภายในให้กลายเป็นสตูดิโอและบ้านแสนอบอุ่น เน้นตกแต่งด้วยวัสดุไม้ทั้งพื้นและเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะว่าโต๊ะ ชั้นวางของ รวมไปถึงเตียงนอน พร้อมเพิ่มความสดใสด้วยสีเอิร์ทโทนและเหล่าไม้ประดับที่วางไว้ตามมุมห้องต่าง ๆ เช่น ไทรใบสัก ยางอินเดีย กวักมรกต และซานาดู นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคนมากขึ้นอีกต่างหาก

ตกแต่งตึกแถว 3 ชั้น 2 คูหา

เรียกว่าแทบจำสภาพเดิมไม่ได้เลยทีเดียว หลังจากที่เพื่อนได้ให้ คุณ ballsilver สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาช่วยแปลงโฉมตึกแถว 3 ชั้น 2 คูหา แห่งนี้ให้กลายเป็นเรือนหอ โดยการเปลี่ยนให้เป็นบ้านสุดเท่สไตล์ลอฟท์ และแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนคือ โซนร้านค้าบริเวณชั้นล่าง ส่วนอีก 2 ชั้นด้านบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ประกอบด้วยห้องทำงาน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน และ Walk-in Closet แถมยังเพิ่มความ Private ด้วย Facade (ฟาซาด) ระแนงไม้ ที่ช่วยป้องกันความร้อนไปในตัว

4. ตกแต่งทาวน์โฮม งบ 2 ล้านบาท

อเดียตกแต่งทาวน์โฮม 3 ชั้น ของคู่รักจาก จากเพจ Peary is happy ที่ช่วยกันทำทั้งงานออกแบบ ควบคุมการก่อสร้าง รวมไปถึงตกแต่งภายใน เปลี่ยนบ้านเก่าโทรม ๆ ให้กลายเป็นบ้านสวย เท่ น่าอยู่ แถมยังดูอบอุ่นไปพร้อมกัน ภายนอกใช้โทนสีน้ำตาล-ดำช่วยให้โดดเด่นสะดุดตา ส่วนภายถูกเปลี่ยนให้เป็นสไตล์มินิมอล โดยเน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ และของตกแต่งที่ใช้งานได้เป็นหลัก ทำให้บรรยากาศดูสว่าง โปร่ง สบาย และไม่อึดอัด

5. ตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น สวย เท่ สไตล์โมเดิร์น

อีกหนึ่งผลงานการรีโนเวทและตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น สวย ๆ ของสถาปนิกไทยจากทีม One and a half studio – Architects ที่เปลี่ยนบ้านเก่าให้ทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นทั้งภายนอกและภายใน เริ่มจาก Facade ระแนงอะลูมิเนียมสีดำ ที่ช่วยให้ดูโดดเด่น เพิ่มความเป็นส่วนตัว และช่วยทอนความร้อนจากแสงแดด สำหรับภายในเน้นใช้วัสดุไม้และสีกลาง เช่น สีขาว สีดำ สีเทา สีเบจ และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวต์อิน ซึ่งช่วยทำให้มีพื้นที่ว่าง พรางตาให้บ้านดูโล่งและโปร่งมากขึ้น

6. แต่งบ้านทาวน์เฮ้าส์มือสอง จากอดีตโฮมออฟฟิศ

แม้จะไม่ใช่บ้านใหม่ซะเดียว เพราะเดิมเคยเป็นโฮมออฟฟิศมาก่อน และไม่มีคนดูแลมาพักใหญ่ ทำให้สภาพค่อนข้างเก่า แถมยังมีปัญหาเรื่องปลวก

แต่หลังจากที่ คุณ Femmemy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ตัดสินใจซื้อทาวน์เฮ้าส์มือสองหลังนี้มาและลงมือรีโนเวทใหม่ ก็ทำให้กลับมาเป็นบ้านที่น่าอยู่อีกครั้ง โดยปรับชั้น 2 และชั้น 3 เป็นห้องนอนส่วนตัว ส่วนชั้น 1 เป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ครอบครัวมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน แถมยังมีสวนหน้าบ้านเล็ก ๆ เพิ่มความสดชื่น และใช้เป็นที่จอดรถไปในตัว

7. ตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น สำหรับครอบครัว

งานตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น แบบเรียบ ๆ แต่สวย อบอุ่น และน่าอยู่อีกหนึ่งหลังจาก TOUCH Architect ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

ที่ต้องการขยายพื้นที่ต้อนรับสมาชิกใหม่ โดยปรับภายในแบบ Open Plan เชื่อมต่อทุกห้องให้ดูเหมือนพื้นที่เดียวกัน แต่ยังดูเป็นสัดเป็นส่วน เพื่อให้สามารถมองเห็นลูก ๆ ได้จากทุกมุม ตามมาด้วยลานเล็ก ๆ สำหรับทำกิจกรรมร่วมกันทั้งชั้นล่างและดาดฟ้า นอกจากนี้ยังเพิ่มความสว่างด้วยช่อง Skyling เปิดให้แสงเข้ามาได้ทุกห้องอีกด้วย

8. ตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น จากบ้านร้างสู่ Life Station

บ้านที่ไม่มีคนดูแล ย่อมเสื่อมสภาพไปตามเวลา เช่นเดียวกับทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้นหลังนี้ จนกระทั่ง คุณ jobytheblue สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เข้าไปเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคนในครอบครัว และมีทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่ส่วนรวม และพื้นที่ส่วนรวม โดยตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ ที่แม้จะใช้โทนสีเทาและดำเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้บ้านดูอึดอัดหรือคับแคบ เพราะได้แสงจากธรรมชาติและสีขาวเข้ามาช่วยเติมความสว่าง

9. ตกแต่งทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ฉบับมนุษย์เงินเดือน

ไอเดียเปลี่ยนเก่ากว่า 30 ปี เป็นบ้านเก๋ จาก คุณ สมาชิกหมายเลข 5125566 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม หลังจากที่เขาตัดสินใจซื้อบ้านมือสองหลังหนึ่งมาเป็นทรัยพ์สินของตัวเอง เพราะไม่อยากเสียเงินเปล่ากับการเช่าอีกต่อไป ด้านในเน้นตกแต่งด้วยสีขาว-เทา เรียบ ๆ แต่ดูดี และเป็นโทนสีสวยคลาสสิกไม่ตกยุค อีกทั้งยังทำให้บ้านเก่าหลังนี้กลายเป็นหลังใหม่ที่โดนใจ เข้ากับไลฟ์สไตล์ แถมยังสามารถขยายพื้นที่ในอนาคตได้อีกด้วย

หนังสงคราม แนะนำ เรื่องไหนน่าดู สนุก แอคชั่นมันส์จุใจ อิงจากเรื่องจริง

Bad Robot , Paramount Pictures Overlord 1

Overlord

หนังสงคราม ฝ่าด่านโหด เอาชีวิตให้รอดจากซอมบี้ในห้องทดลองของนาซี
เมื่อทีมทหารพลร่มชาวอเมริกันได้บุกหมู่บ้านใน ฝรั่งเศส ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารนาซีเพื่อปฏิบัติการทำลายล้างหอวิทยุสื่อสาร แต่พวกเขากลับค้นพบกลุ่มซอมบี้ที่ถูกทดลองโดยนาซี เป็นหนังที่มีความท้าทายเพราะนำเอาความไซไฟอย่างซอมบี้ไปใส่ไว้ในเหตุการณ์ที่มีจริงทางประวัติศาสตร์อย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายคนชื่นชอบการบู๊และแอคชั่นที่โหดได้ใจ ถึงพริกถึงขิง ดังนั้นผู้ปกครองที่หาหนังดูร่วมกับครอบครัวคงต้องหลีกเลี่ยง

Netflix Da 5 Bloods 1

Da 5 Bloods

หนังสงคราม บาดแผลและเศษซากอุดมการณ์ที่ยังคงหลงเหลือจากสงคราม
เมื่อชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันทั้ง 4 คนที่เคยเป็นทหารร่วมรบในช่วงสงครามเวียดนาม ได้เดินทางกลับไปที่ประเทศเวียดนามอีกครั้งเพื่อตามหาขุมทรัพย์ทองคำและร่างของหัวหน้าหมู่ที่ตายในสนามรบ หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายประเด็น โดยเป็นการเล่าถึงสงครามอเมริกันผ่านมุมมองของชาวผิวดำ ซึ่งมีให้เห็นได้ไม่บ่อยนัก และยังบอกเล่าถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงครามมากกว่าฉากบู๊ระห่ำ สะท้อนปัญหาการเหยียดเชื้อชาติที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในปัจจุบัน

Paramount Pictures 13 Hours 1

13 Hours

หนังสงคราม ทหารกล้าบุกช่วยตัวประกันในเมืองเบงกาซีภายใน 13 ชั่วโมง
หลังช่วงอาหรับสปริง ประเทศลิเบียได้เกิดการจลาจลขึ้นทำให้เอกอัครราชทูตของสหรัฐอเมริกาประเทศลิเบียถูกสังหาร นำไปสู่การจับพลเรือนชาวอเมริกัน 36 คนเป็นตัวประกัน จึงทำให้พลทหารชาวอเมริกันระดับเทพถึง 6 คนรวมตัวเพื่อช่วยชีวิตให้สำเร็จภายใน 13 ชั่วโมง เป็นหนังฟอร์มยักษ์ผลงานของ Michael Bay เจ้าพ่อหนังแฟรนไชส์อย่าง Transformers ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องผิดหวังกับฉากแอคชั่นที่มีความอลังการ แต่หนังใช้เวลาปูเรื่องนาน จึงต้องใช้ความอดทนเพื่อปะติดปะต่อกับครึ่งหลังของหนัง

Universal Pictures Green Zone 1

Green Zone

ความลับด้านมืดของทหารที่ซุกซ่อนในสมรภูมิรบสงครามอิรัก
Roy Miller ทหารฝ่ายตรวจสอบอาวุธที่มีความภูมิใจในอาชีพได้รับมอบหมายให้ไปตามหาอาวุธลับร้ายแรงที่ถูกซ่อนอยู่กลางทะเลทรายกลางประเทศอิรัก แต่กลับทำให้เขาค้นพบบางอย่างที่จะทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับการกระทำของทหารประเทศเขาเอง หนังสงครามโดยส่วนมากจะเน้นความเป็นชาตินิยมสูงและมักจะแสดงให้เห็นว่าฝ่ายของตัวเองนั้นเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่หนังเรื่องนี้เลือกที่จะฉีกแนวและหันมาตั้งคำถามว่า ท้ายที่สุดแล้วสงครามคือการเอาชนะเพื่อสันติภาพ หรือคือการแสวงหาผลประโยชน์กันแน่

Huayi Brothers Assembly 1

Assembly

วีรบุรุษแห่งกองร้อยที่จะนำพาเพื่อนพ้องพี่น้องร่วมรบกลับบ้าน
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงสงครามกลางเมืองของจีน การรบระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์และก๊กมินตั๋ง ผู้กอง Gu Zidi แห่งกองทัพคอมมิวนิสต์จีน ที่ต้องการหาทางพาเอาร่างเพื่อนพี่น้องร่วมกองร้อยที่จบชีวิตระหว่างเป็นแนวหน้าปะทะสงครามที่เหมืองถ่านหินกลับมา โดยที่เขาไม่มีเอกสารหรือข้อมูลอ้างอิงสักอย่าง เป็นหนังจีนฟอร์มยักษ์ที่ใช้ทุนสร้างมหาศาล คุณจึงได้เห็นโปรดักชั่นอลังการไม่แพ้ Hollywood ในขณะเดียวกันเนื้อเรื่องก็ชวนให้ลุ้นและติดตาม มีมุมดราม่าเรียกน้ำตาให้ซาบซึ้งกันอีกด้วย

Netflix Mosul 1

Mosul

ภารกิจสงครามกอบกู้เมือง Mosul คืนจากกลุ่มก่อการร้าย ISIS
เมือง Mosul ประเทศอิรักได้ถูกกลุ่มก่อการร้าย ISIS ยึดครองเมือง Kawa ตำรวจประจำเมือง Mosul จึงเข้าร่วมกับหน่วย S.W.A.T ของอเมริกาเพื่อกอบกู้เมืองคืน ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นการผลิตของสหรัฐอเมริกาแต่ในหนังนั้นได้พยายามสร้างบรรยากาศให้สมจริงด้วยการใช้ภาษาอิรักกันแทบทั้งเรื่อง นักวิจารณ์ต่างก็ถูกใจฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาได้อย่างสนุกและทำให้คนดูนั้นคอยลุ้นไปด้วย การออกแบบฉากกลยุทธ์และกลวิธีในการรับมือก็มีความลงตัวโดยที่ไม่รู้สึกว่ามากจนเกินไป

อดีตพลทหาร คลั่งโผล่บ้านญาติที่ระนอง ตำรวจกำลังปิดล้อม

อดีตพลทหารคลั่งโผล่บ้านญาติที่ระนอง ตำรวจกำลังปิดล้อม เจรจาเกลี้ยกล่อม

จากกรณีหนุ่ม อดีตพลทหาร ก่อเหตุยิงคนตายต่อเนื่อง 2 เหตุการณ์ โดยยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ ที่ลาดพร้าว 25 เสียชีวิต 1 ราย ก่อนบุกไปก่อเหตุกราดยิงในโรงพยาบาลสนาม สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จนมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตอีก 1 ราย

ช็อกกว่าเดิม! ตร.เผย คนร้ายยิงถล่ม รพ.สนาม-ยิงพนักงานเซเว่น เป็นคนเดียวกัน
หนุ่มโหดทำเบียร์ตกแตกในร้านสะดวกซื้อ พนักงานบอกให้ชดใช้ ไม่พอใจชักปืนยิงดับคาร้าน
สุดโหด! คนร้ายแต่งกายคล้ายทหาร บุกยิงผู้ป่วยโควิด ดับคาโรงพยาบาลสนาม
เผย อดีตทหารเกณฑ์ฆ่า 2 ศพ รพ.สนาม-เซเว่นฯ กำลังหนีลงใต้ ล่าสุดพบที่ชุมพร
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 23 มิถุนายน 64 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด ได้รับแจ้งจากตำรวจฝ่ายสืบสวน จ.ระนอง ว่า คนร้ายรายนี้ได้หลบเข้าไปอยู่ในบ้านญาติพื้นที่ จ.ระนอง เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างปิดล้อมพื้นที่และเจรจากับคนร้าย พร้อมกันนี้ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง ให้ระมัดระวังอันตราย และขอให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการของตำรวจอย่างเด็ดขาด

รีโนเวท บ้านเดี่ยวสองชั้น ปรับลุคใหม่จากหลังเก่า สวย เรียบ หรู

แบบบ้านสองชั้น

รีโนเวท แม้จะอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่หลายคนกลับมีสไตล์แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว บางคนชอบโมเดิร์น บางคนชอบลักซ์ซูรี่ บางคนชอบวินเทจ และบางคนชอบลอฟท์ ฉะนั้นจะดีกว่าไหมถ้าหากเราสามารถรวมทุกสไตล์ที่ต้องการเอาไว้ในบ้านหลังเดียวกันได้

เหมือนอย่างเช่น บ้านสองชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หลังนี้ ที่ออกแบบโดย KIRIN design&living สถาปนิกคนเก่งที่สามารถผสมผสานความแมน ความเท่แบบผู้ชาย และความอ่อนโยน อ่อนหวานแบบผู้หญิงเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว แถมยังตอบโจทย์ความชอบของเจ้าของและมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ เพียบ ว่าแต่ผลงานของเขาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตกแต่งสวยงามขนาดไหน ตามไปชมกันเลยดีกว่าค่ะ

– บ้านที่มีหลายสไตล์ในหลังเดียว

– มีต้นไม้ริมรั้วช่วยทั้งความร่มรื่นและเป็นส่วนตัว ประตูทางเข้าบ้านเป็นแบบ Shutter เพื่อความมิดชิดและปลอดภัย

– รั้วที่ออกแบบเพื่อความเป็นส่วนตัว

– ประตูคนเดินเข้า ระแนงไม้แผงใหญ่

– ภายนอกมีการกรุผนังอิฐที่ชั้น 1 เพื่อเพิ่ม Texture และดีไซน์ในแบบยุโรป

– Facade ด้านบนที่ช่วยบังห้องนอน Master ที่อยู่หน้าบ้าน และช่วยผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไป

– ประตูทางเข้าบ้านเป็นบานไม้โอ๊กทำสีดำโชว์ลาย โดยไม้ช่วยสร้างความโอ่อ่า

– สวนข้างบ้านและบ่อปลาคาร์พช่วยให้ความร่มรื่นต่อเนื่องเข้าสู่ภายในบ้านเป็นได้อย่างดี

– สวนอีกด้านเป็นสวนแบบอังกฤษ มีทางเดินเล็ก ๆ ที่เป็นทางเดิน Service ไปในตัว

– ทางเข้าบ้านอีกทางที่ถูกสร้างขึ้นให้เชื่อมต่อจากโรงจอดรถโดยตรง เพื่อทำให้เจ้าของบ้านสะดวกสบายมากขึ้น แอบมีมุมสวนหย่อมเล็ก ๆ เพื่อเน้นทางเข้า โดยเป็นสวนอีกสไตล์เพื่อเพิ่มความหลากหลายในแต่ละมุมของบ้าน

– ภายในบ้านมีห้องรับแขกที่ตกแต่งเน้นสีเงิน ๆ เงา ๆ กระจก ๆ โดยมีกระจกทรงกลมแขวนอยู่ตรงกลางอย่างเด่นชัดเพื่อดึงดูดสายตา พร้อมทั้งของตกแต่งที่เข้าธีม ไม่มีหลุด ไม่ว่าจะเป็นหมอนลายขาว-ดำสุดคลาสสิก แจกันสีเงิน ไปจนถึงโคมไฟสีเงา ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่ออยากให้แขกร้อง “ว้าว !!!” เวลาเดินเข้ามาในบ้านเท่านั้นเอง

– ถัดจากห้องรับแขกจะเป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ และฟังเพลงข้าง ๆ สวนและบ่อปลาคาร์พด้านนอก โดยปูพรมเปอร์เซียและใช้ของตกแต่งในธีมสีขาว สีทองแดง มีเก้าอี้นวมนุ่ม ๆ ชิล ๆ ซอฟต์ ๆ พร้อมวางคอมโพสิชั่นกรอบรูปแบบไม่เท่ากัน ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผนังเรียบ ๆ ส่วนรูปภาพก็เลือกใช้เป็นตัวอักษรสวย ๆ หรือที่เรียกว่า Typo graphic เท่านี้ก็ทำให้ห้องไม่เชย ไม่เรียบ แถมสามารถนั่งชิลได้ทั้งวันแล้ว

– ห้องโถงบริเวณทางเข้าบ้านอีกทางที่เชื่อมต่อกับโรงจอดรถ ทุบฝ้าเพดานชั้นหนึ่งและพื้นชั้นสองออก จากนั้นก็ปรับเป็นกระจกใสทั้งหมด พร้อมออกแบบบันไดให้ดูเท่ ๆ เข้ากับสไตล์ของเจ้าของบ้าน แล้วซ่อนตู้หนังสือและหิ้งพระไว้ที่ชั้นบนแบบเนียน ๆ ส่วนพื้นที่ด้านล่างดีไซน์ให้เป็นห้องนั่งเล่นอีกห้อง ประกอบไปด้วย โซฟา โทรทัศน์ และโต๊ะไม้จริงแบบมีล้อเลื่อนสามารถเคลื่อนที่ย้ายไป-มาได้ โดยด้านหลังทำซุ้มหน้าต่างโค้งเพื่อกั้นพื้นเป็นห้องทำงาน ซึ่งต้องบอกเลยว่าถือเป็นห้องทำงานที่โล่ง โปร่ง สบาย สามารถมองเห็นสวนสไตล์อังกฤษด้านนอกได้ชัดเจน แถมยังมีแสงแดดอุ่น ๆ สาดส่องเข้ามาในยามเช้า เหมาะจะนั่งทำงานไป จิบกาแฟไปเก๋ ๆ ที่สำคัญมีมุม Hall of Frame ของจักรยาน งานอดิเรกสุดโปรดของเจ้าของบ้านเป็นแบ็กกราวนด์ด้วย เรียกได้ว่าเป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ อีกมุมหนึ่งเลยล่ะ

รีโนเวท รั้วบ้าน มีมากมายหลายแบบด้วยกัน แตกต่างกันออกไปตามชนิดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งมีทั้งรั้วบ้านต้นไม้ รั้วบ้านไม้ระแนง รั้วบ้านเหล็ก รั้วบ้านไม้ไผ่ รั้วบ้านสเตนเลส รั้วบ้านปูน ฯลฯ หลายคนอาจจะยังลังเลไม่แน่ใจและสงสัยว่าจะเลือกรั้วบ้านแบบไหนดี วันนี้กระปุกดอทคอมก็นำข้อมูลรั้วบ้านแต่ละชนิดมาแนะนำ ข้อดี-ข้อเสียของรั้วบ้านแบบต่าง ๆ พร้อมทั้งแบบรั้วบ้านสวย ๆ ไว้เป็นไอเดียสร้างรั้วบ้านมาให้พิจารณากันค่ะ

รั้วบ้านอะลูมิเนียม

แบบรั้วบ้านที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะไม่ใช่แค่ความปลอดภัย แข็งแรง และคงทนเท่านั้น แต่ยังดูแลง่าย แถมมีหลากหลายรูปแบบ โทนสี และลวดลายมากมายให้เลือกติดตั้ง แต่ทั้งนี้อาจไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแปรปรวน เช่น ฝนตกหนักบ่อย ๆ หรือมีลมกระโชกแรง เนื่องจากอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

รั้วบ้านไม้

เป็นอีกหนึ่งรั้วบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะดูคลาสสิกแล้ว รั้วไม้ยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แม้จะกั้นรั้วบ้านสูง แตก็ไม่รู้สึกถึงความอึดอัด ถึงอย่างไรรั้วไม้ก็ยังไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้มากนักเช่นเดียวกับรั้วอะลูมิเนียม แต่มีราคาค่อนข้างสูงตามขนาดและชนิดของไม้อีกด้วย โดยเฉพาะไม้ระแนงและไม้แปรรูปราคาจะสูงเป็นพิเศษ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนความทนทานก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ที่เลือกใช้ค่ะ

รั้วบ้านพีวีซี

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนกำลังมองรั้วบ้านในราคาประหยัด เพราะนอกจากจะมีราคาถูกแล้ว ยังสวยงามไม่แพ้รั้วบ้านแบบอื่น ๆ โดยรั้วชนิดนี้ผลิตมาจากวัสดุสังเคราะห์ที่เรียกว่า พีวีซี (PVC) ที่มีรูปลักษณ์เหมือนไม้ ที่ล็อกซี่รั้วจะมีทั้งที่เป็นบาร์ล็อกและแบบสกรู อีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบ ความสูง และสีให้เลือกตามความชอบ นอกจากนี้ยังทนทานต่อสภาพอากาศ ใช้ได้นานหลายปีเลยล่ะ

รั้วบ้านเหล็กดัด

แบบรั้วบ้านที่มีทั้งความแข็งแรง ทนทาน และความสวยงามด้วยลวดลายที่สามารถออกแบบหรือเลือกเองได้ อีกทั้งการดูแลก็ไม่ยาก แค่หมั่นนำกระดาษทรายมาขัดทำความสะอาด พร้อมทาสีใหม่ทุก ๆ 2-3 ปีก็ทำให้รั้วบ้านดูไม่เก่าแล้ว แต่มีข้อเสียก็คืออาจมีราคาสูงในกรณีที่เจ้าของบ้านสั่งทำรั้วบ้านเป็นพิเศษ

ภาพพยนตร์ 7 เรื่องที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ – moviefree8k

Us and them ( 2018 )

ภาพพยนตร์ ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่ ของ Peter Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด ( อย่าลืมดูช่วงเครดิตด้วยล่ะ )

Split ( 2016 )

ภาพพยนตร์ สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด

Gone Girl ( 2014 )

ภาพพยนตร์ เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด

Rango ( 2011 )

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง

Raw ( 2016 )

เมื่อคิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรเราจะรู้สึกสยองขึ้นมาทันที ภาพบางภาพมันยังคงติดตาเราอยู่ ด้วยงานภาพที่จัดจ้านมีสไตล์ ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวละครที่ไม่หยุดนิ่งเหมือนรอเวลาที่จะปะทุตัวของอะไรบางอย่างที่เลวร้ายออกมา ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับอึดอัดชวนสงสัยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เราชอบที่หนังไม่ยอมเผยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรจนเราค่อย ๆ เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ในการดูหนังสยองขวัญแนวนี้

A Cure for Wellness ( 2016 )

ผลงานที่ Gore Verbinski กำกับมักจะเป็นงานที่ดูเสี่ยงอยู่เสมอ ว่ามันจะขายได้หรือขายไม่ได้ คนดูจะเข้าใจหรือมึนงง มันจึงเป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ ว่าทำไมนักวิจารณ์ถึงเสียงแตกออกเป็นสองขั้ว ไม่ชอบก็เกลียดหนังของเขาไปเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่เราอยู่ในฝั่งที่ชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า เพราะยิ่งขุดหนังเรื่องนี้ให้ลึกลงไปในความคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งพบอะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ

หนังมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนที่ยากจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดเพียงครั้งเดียว มันเป็นความรู้สึกเหมือนการได้ดู Blade runner ในปี 1982 หรืองานของ Stanley Kubrick หลาย ๆ เรื่องที่ผู้คนไม่ค่อยเข้าใจนักในช่วงแรกซึ่งต่อมาผู้คนจึงเริ่มเห็นบางสิ่งที่สำคัญของหนังและนำมาวิเคราะห์ แตกรายละเอียดเป็นชั้น ๆ เชื่อว่าผู้คนจะกลับมาพูดถึงหนังเรื่องนี้อีกครั้งในอนาคต

แม่แทบช็อก นักเรียน ม.3 ถูกเพื่อนร่วมชั้นเอามีดแทงในโรงเรียน อาการสาหัส

แม่แทบช็อก นักเรียน ม.3 ถูกเพื่อนร่วมชั้นเอามีดแทงในโรงเรียน อาการสาหัส

แม่แทบช็อก วันที่ 23 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อวาน(22 มิ.ย.64) ลูกชาย อายุ 15 ปี เรียนอยู่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ถูกเพื่อนร่วมชั้นเรียนแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส คาโรงเรียนช่วงพักกลางวัน และตัวน้องได้ถูกส่งตัวเข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขณะนี้อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ซึ่งหลังจากโพสเฟซบุ๊กไปนั้น มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตั้งคำถามว่าทำไมทางโรงเรียนปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้กลางโรงเรียนได้

แม่แทบช็อก ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อสอบถามไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว คือ นางอรสา สิงห์วี อายุ 35 ปี ซึ่งยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือเรื่องจริง โดยลูกชายคือ น้องต้นน้ำ อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก โดยเมื่อวานนี้ได้ไปส่งน้องเรียนโรงเรียนตามปกติ ในช่วงเที่ยงมีครูได้โทรมาแจ้งว่าน้องต้นน้ำถูกแทงได้รับบาดเจ็บ โดยครูได้พาตัวน้องส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน แต่เนื่องด้วยมีอาการสาหัส จึงได้ทำการส่งตัวน้องไปเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยตัวคุณแม่เองยังไม่ได้รับการอธิบายอะไรจากทางโรงเรียนที่ชัดเจนเลย นอกจากบอกเพียงว่า น้องต้นน้ำ แกล้งเพื่อนคู่กรณีมาตั้งแต่ ม.1 จนถึงปัจจุบัน ม.3 คู่กรณีเก็บกด จึงเอามีดมาแทงน้องต้นน้ำ เพียงเท่านั้น

ซึ่งคุณแม่ไม่เชื่อเพราะพฤติกรรมส่วนตัวน้องต้นน้ำ เป็นเด็กเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เรื่องแกล้งเพื่อนไม่น่าเป็นไปได้ หรือหากเด็กทะเลาะกันจริง ต้องมีเรื่องมาก่อนหน้านี้บางแล้ว แต่นี่น้องต้นน้ำไม่เคยมีเรื่องทะเลาะ หรือชกต่อยอะไรกับใครเลยตลอด เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา แต่จู่ๆ มาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเปิดเรียนได้เพียงไม่กี่วัน และเป็นการเรียนแบบสลับวันด้วย ปกติคุณแม่จะอยู่กับน้องต้นน้ำตลอดเลี้ยงดูมาด้วยตัวเองรู้นิสัยของลูกดีว่าไม่ใช่คนอันธพาลแบบที่ถูกกล่าวหาแน่นอน

นางอรสา บอกต่ออีกว่า ทันทีที่ตนทราบข่าวจากครู ก็รีบไปหาน้องที่โรงพยาบาลทันที น้องมีบาดแผลที่คอ ที่ช่วงหน้าอก และข้างหลัง และนอกจากนี้มีบาดแผลตามลำตัวเป็นรอยมีดบาดหลายแห่ง เมื่อคืนนี้คุณหมอบอกว่าจากการทำ CT SCAN พบเลือดออกทางช่องปอด และมีเลือดออก และน้ำบริเวณเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายมากต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วนเมื่อคืนนี้จนถึงช่วงเวลาประมาณ ตี 2 อาการของน้องยังไม่พ้นขีดอันตราย ถึงแม้ตอนนี้น้องจะฟื้นแล้วแต่ยังให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ และต้องเฝ้าระวังเรื่องมีเลือดออกเพิ่มอีกหรือไม่ และแผลจะติดเชื้อหรือไม่ น้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ส่วนเรื่องของคู่กรณี เมื่อวานนี้ช่วงเย็น แม่และญาติของคู่กรณีได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลแล้ว มาขอโทษ และก็อยู่จนน้องต้นน้ำผ่าตัดเสร็จก่อนจะกลับไปช่วงประมาณ ตี 2

ด้าน นายประชุม สันติพร้อมวงศ์ อายุ 48 ปี ลุงของน้องต้นน้ำ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องต้นน้ำ ทุกคนรู้สึกคาใจมาก คือความจริงโรงเรียนดังในจังหวัดแบบนี้ มีนักเรียนระดับหลายพันคน ครูควรจะต้องเข้มงวดให้มากกว่านี้ นี่คืออะไรเปิดเรียนได้ไม่กี่วันทำไมปล่อยให้เด็กนำอาวุธเข้ามาแทงกันได้ พอเกิดเหตุมาแล้วทางโรงเรียนกลับกลัวเสียชื่อโรงเรียน มาขอให้ผู้ปกครองอย่าเอาเรื่องกันเลยมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง สังคมไทยมันจะแย่เอานะถ้าเป็นแบบนี้ อยากให้ทางโรงเรียนไปปรับปรุงตรงนี้ ไม่เช่นนั้นผู้ปกครองจะเอาความเชื่อมั่นในโรงเรียนมาจากไหนได้

คือเหตุการณ์นี้ถ้าชกต่อยกันธรรมดา ไม่มีอาวุธ ทะเลาะวิวาทแบบนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครองรับได้เพราะมันเป็นช่วงวัยของเด็ก แต่นี่เอามีดมาแทงกันอาการปางตายแบบนี้ พ่อแม่ที่ไหนเขาก็รับไม่ได้ อยากให้โรงเรียนเข้มงวดความปลอดภัยของเด็กๆด้วย และรับผิดชอบให้มากกว่านี้ ทางเราไม่ได้อยากได้เงินหรืออะไร แต่เราอยากให้หลานปลอดภัย พ้นขีดอันตราย ส่วนเรื่องคดีความทางแม่น้องต้นน้ำก็ได้ไปแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป ตอนนี้ภาวนาแค่ขอให้อาการหลานปลอดภัย กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ น้องยังมีอนาคตอีกไกล

ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ ทางผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมคณะครูได้เดินทางเข้ามาพบ ครอบครัวน้องต้นน้ำ พร้อมมอบกระเช้าแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมจะช่วยเหลือในทุกๆด้าน ตอนนี้ก็รอให้อาการน้องต้นน้ำปลอดภัยดีก่อน ส่วนเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

รีวิวแต่งบ้าน สไตล์มินิมอล สวย เรียบง่าย อบอุ่น ได้ฟีลลิ่งแบบบ้านญี่ปุ่น

แต่งบ้านสไตล์มินิมอล

รีวิวแต่งบ้าน สไตล์มินิมอล สำหรับคนที่กำลังมองหาไอเดียสำหรับตกแต่งบ้าน หรือรีโนเวทบ้านใหม่ บอกเลยว่าสวย น่าอยู่ อบอุ่นทุกแบบ แถมยังได้กลิ่นอายแบบบ้านญี่ปุ่นอีกด้วย

ต่างคนต่างมีสไตล์การตกแต่งบ้านของตัวเอง สำหรับใครที่หลงใหลเสน่ห์การแต่งบ้านสไตล์มินิมอลที่มีความอบอุ่นและเรียบง่าย ดูสบายตา กระปุกดอทคอมขอนำเสนอไอเดียแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ทั้งแต่งบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น แต่งบ้านสไตล์มินิมอลคาเฟ่ แต่งบ้านสไตล์มินิมอลพร้อมสวน และแต่งบ้านมินิมอลแบบอื่น ๆ ลองมาส่องกันเลย บอกเลยว่าบ้านแต่ละหลังไม่ธรรมดา

1. แต่งบ้านมินิมอลพร้อมพื้นที่สีเขียว

บ้านมินิมอลท่ามกลางธรรมชาติอาจเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน ยกตัวอย่างการแต่งบ้านมินิมอลจาก คุณ Natnaree Pann ที่อาศัยประสบการณ์จากการที่เคยรีโนเวทคอนโดเก่าพร้อมกับการหาไอเดียการแต่งบ้าน จนได้บ้านโทนสีขาวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้จัดเข้ามุมเพื่อความเป็นระเบียบ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวจากสวนหย่อมหน้าบ้าน

2. แต่งบ้านมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น

จากประสบการณ์ชอบเที่ยวญี่ปุ่นและความหลงใหลไอเดียแต่งบ้านของญี่ปุ่น จึงเป็นที่มาของการตกแต่งบ้านมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ของ คุณ Mom Diary ภายในบ้านเน้นแสงธรรมชาติและโทนสีขาวสว่าง ตัดกับเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลอ่อน มีมุมรวมภาพถ่ายครอบครัวและการท่องเที่ยว เพิ่มพื้นที่ซักล้างอุปกรณ์ครัวด้านข้างครัว และมีห้องของเล่นสำหรับลูกชายตัวน้อย

3. แต่งบ้านมินิมอลเป็นเฮ้าส์สตูดิโอสไตล์ญี่ปุ่น

ใครจะไปเชื่อว่าตึกแถวจับมาแต่งสไตล์มินิมอลก็ดูสวยงามไปอีกแบบ ยกตัวอย่าง อ Studio แปลงร่างตึกแถว 2 คูหา 3 ชั้น เป็น House Studio คือ หลังหนึ่งเป็นบ้าน อีกหลังหนึ่งเป็นสตูดิโอถ่ายรูป โดยเน้นความเรียบคลีน โทนสีเน้นสีขาวและงานไม้เป็นหลัก ที่สำคัญใช้เฟอร์นิเจอร์บิวต์อินเกือบทั้งหลัง พร้อมติดกระจกให้สว่างเพิ่มแสงธรรมชาติ

4. แต่งบ้านมินิมอลกลิ่นอายคาเฟ่

ทุกเช้าหรือทุกวันหยุดหลายคนอาจอยู่ติดบ้าน ถ้าได้แต่งบ้านมินิมอลสไตล์คาเฟ่ จาก เฟซบุ๊ก บ้าน MUJI Minimal Style by Sissay Group แปลงร่างบ้าน 2 ชั้น เนื้อที่ 18 ตารางวา มีกลิ่นอายคาเฟ่ด้วยโทนสีขาวกับสีไม้อ่อน ๆ ด้านหน้าทำเป็นสวนเล็ก ๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยระแนงบังตาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเฟอร์นิเจอร์หวายโทนสีเดียวกัน

5. แต่งบ้านมินิมอลเน้นโทนสีสว่างและวัสดุธรรมชาติ

ทาวน์โฮมเก่าจับมาแปลงโฉมใหม่สไตล์มินิมอลก็กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง ยกตัวอย่างไอเดียแต่งบ้านมินิมอล จาก คุณ NutSorayut แต่ละห้องเน้นสีโทนสว่างและวัสดุธรรมชาติ เช่น พื้นไม้ กระเบื้องลายหินอ่อน พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการนำต้นไม้กระถางมาวางไว้ตามมุมต่าง ๆ อาทิ ต้นยางอินเดีย ต้นกวักมรกต เฟิร์น เป็นต้น พร้อมมีห้องทำงานแบบง่าย ๆ มีแค่โต๊ะทำงานและโซฟาสำหรับพักผ่อน

6. แต่งบ้านมินิมอลในแฟลตตำรวจ

ห้องพักในแฟลตตำรวจเก่า ๆ ถ้าอยากปรับปรุงใหม่สไตล์มินิมอล ลองมาดูฝีมือของ คุณ Sao Va Rin เริ่มจากห้องนั่งเล่นทาสีขาว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และตะกร้าหวาย ตัดด้วยพรมสีเทา และเพิ่มความสดใสจากโซฟาสีเหลือง ห้องนอนมีเตียงนอนสีขาวและราวแขวนเสื้อผ้าสีดำ ห้องครัวเน้นโทนสีขาว ส่วนห้องน้ำเน้นสีเทาอ่อน

7. แต่งบ้านมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นมีสวนหย่อมข้างบ้าน

บ้านเดี่ยวหน้าตาธรรมดาถ้าได้รับการตกแต่งคงจะน่าอยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างไอเดียแต่งบ้านมินิมอล จาก The hauser ตัวบ้านสีขาว มีสวนหย่อมขนานไปกับแนวกำแพง ประตูเข้าบ้านเป็นประตูไม้บานพับให้กลิ่นอายญี่ปุ่น ทุกห้องตกแต่งด้วยสีขาวและเฟอร์นิเจอร์ไม้ และมีหน้าต่างทุกจุด ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และห้องดูกว้างขึ้นด้วย

8. แต่งบ้านมินิมอลจากภาพวาดสู่ภาพจริง

เนื่องจากผู้ใช้ทวิตเตอร์นามว่า @so_station อยากสร้างบ้านมินิมอลให้พ่อ จึงได้วาดภาพขึ้นมาโดยมีพ่อช่วยดูแลหน้างานให้อีกทาง ตัวบ้านเป็น 2 ชั้น สีขาวคลีน ๆ สลับกับสีไม้ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนสบายตา เน้นต้นไม้วางมุมต่าง ๆ และเน้นความสว่างจากแสงธรรมชาติ หน้าบ้านปูสนามหญ้าขนาดย่อมเพื่อเพิ่มความร่มรื่น

9. แต่งบ้านมินิมอลโทนสีน้ำตาล-ขาว

บ้านเดี่ยวโล่ง ๆ กลายเป็นบ้านสไตล์มินิมอลตามสมัยได้ ยกตัวอย่างจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 6316346 เว็บไซต์พันทิปดอทคอม นอกบ้านปูพื้นหญ้าเพิ่มความสดชื่น ภายในบ้านเริ่มจากแต่งห้องนั่งเล่นด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อนสลับกับขาว ใส่เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนเข้าไปเพิ่มความอบอุ่น ห้องนอนและห้องครัวคุมโทนสีน้ำตาลให้เข้ากับตัวบ้าน

าชอบบ้านสไตล์มินิมอล แต่งเรียบ ๆ เน้นฟังก์ชัน แต่ก็ดูสวยงามและน่าอยู่ ก็ลองนำไอเดียจากรีวิวแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเหล่านี้ไปปรับใช้กันดู รับรองว่าออกมาดูดีถูกใจตามที่ต้องการแน่นอน ไม่ว่าจะแต่งบ้านใหม่ ปรับปรุงบ้าน หรือรีโนเวทคอนโด เสร็จแล้วก็สามารถนำไอเดียมาแชร์ต่อได้นะคะ

9 รีวิวแต่งบ้าน สไตล์มินิมอล สวย เรียบง่าย อบอุ่น ได้ฟีลลิ่งแบบบ้านญี่ปุ่น

ก่อนจะแต่งบ้านหรือ ตกแต่งภายในหลายคนก็ต้องมีการหาไอเดียไว้อ้างอิงใช่ไหมคะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำรีวิวแต่งบ้านและตกแต่งภายในมาให้ชม ลองเลือกเก็บไอเดียแต่งบ้านสวย ๆ ไปเป็นแรงบันดาลใจและไปประยุกต์ใช้ ปรับให้เข้ากับสไตล์ความชอบ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปชมกันเลยค่ะ

รีวิวแต่งบ้านและตกแต่งภายใน ทั้งแต่งบ้าน 2 ชั้นและแต่งบ้านชั้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น แต่งบ้านสไตล์คาเฟ่ แต่งบ้านสไตล์มินิมอล มองมุมไหนก็ดูดี ให้อยู่ทั้งวันก็ไม่เบื่อ

หนังระทึกขวัญ แนะนำ เรื่องไหนน่าดู มีทั้งแนวไล่ล่า เอาชีวิตรอด

Raimi Productions, Fire Axe Pictures Crawl: คลานขย้ำ 1

Crawl: คลานขย้ำ

หนังระทึกขวัญ พล็อตเรื่องตื่นเต้น กดดัน ฉากต่อสู้กับจระเข้ก็สมจริงจนน่ากลัว
เป็นเรื่องราวของ 2 พ่อลูกที่ติดอยู่ในบ้านที่กำลังโดนพายุเฮอริเคนถล่ม หนำซ้ำคนเป็นพ่อยังได้รับบาดเจ็บจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทว่าความซวยยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากพายุสงบลงดันมีจระเข้สุดโหดหลุดเข้ามาในบ้านของพวกเขา 2 พ่อลูกจึงต้องหาทางเอาชีวิตรอด ก่อนที่จะตกเป็นอาหารของพวกมัน ฉาก CG จระเข้ในหนัง เรียกได้ว่า สมจริงจนน่ากลัว ส่วนพล็อตเรืองก็จะเน้นไปที่การผจญภัยของ 2 พ่อลูกโคตรอึดที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากทั้ง ภัยธรรมชาติ เเละเพชรฆาตสุดโหดค่ะ

Touchstone Pictures, Imagine Entertainment Flightplan: เที่ยวบินระทึกท้านรก 1

Flightplan: เที่ยวบินระทึกท้านรก

หนังระทึกขวัญ เมื่อลูกสาวของเธอหายตัวไปบนเครื่องบิน แต่กลับไม่มีใครเชื่อ
เป็นเรื่องราวของ “จูเลีย” อดีตวิศวกรเครื่องบินหญิงที่เพิ่งสูญเสียสามีไปหมาด ๆ เธอได้เดินทางกลับบ้านพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย โดยการเดินทางในครั้งนี้เธอยังได้นำศพของสามีใส่โลงกลับไปด้วย แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อจูเลียเผลอหลับและตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบว่าลูกสาวของเธอได้หายตัวไปโดยไม่มีใครเห็น เป็นหนังสุดยอดคุณแม่อีกเรื่องที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อตามหาตัวลูกสาวสุดที่รัก จนเกิดเป็นเรื่องราววุ่นวายบนเครื่องบินที่นำไปสู่บทสรุปช่วงท้ายที่สะใจคนดู

BenderSpink, Craven-Maddalena Films Red Eye: เที่ยวบินระทึก 1

Red Eye: เที่ยวบินระทึก

หนังระทึกขวัญ จากพล็อตหนังรักสุดโรแมนติก สู่หนังก่อการร้ายสะเทือนขวัญ
เรื่องราวเกิดขึ้นกับ “ลิซ่า” หญิงสาวที่มีแพลนจะบินไปเยี่ยมพ่อที่ไมอามี ทว่าเมื่อมาถึงสนามบินก็มีเหตุให้เธอทะเลาะกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่โชคดีที่หนุ่มหล่อหน้าตาดีชื่อว่า “แจ็คสัน” ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย แถมเขายังมีท่าทีจะจีบเธออีกด้วย จากนั้นพวกเขาสองคนได้ทำความรู้จักกันเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายไปขึ้นเครื่องบิน แต่ลิซ่าก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าหนุ่มหล่อคนนั้นดันนั่งติดกับที่นั่งข้าง ๆ เธอ แม้จะดูเหมือนพรหมลิขิตที่หนุ่มสาวได้มาพบกันโดยบังเอิญ แต่ใครจะคิดว่าภายใต้ใบหน้าตาหล่อเหลากลับมีแผนการร้ายซ่อนอยู่

Storm Vision Entertainment, Best Medicine Production Safe Neighborhood (Better Watch Out): โดดเดี่ยว เดี๋ยวก็ตาย 1

Safe Neighborhood (Better Watch Out): โดดเดี่ยว เดี๋ยวก็ตาย

หนังระทึกขวัญ ในคืนคริสต์มาสก่อนย้ายบ้าน แอชลีย์ (โอลิเวีย เดอจอนจ์) พี่เลี้ยงเด็กสาวสวยต้องมารับงานดูแล ลูค (เลวี่ มิลเลอร์) เด็กหนุ่มที่หลงรักเธอหัวปักหัวปำ แต่คืนเทศกาลต้องกลายเป็นมหกรรมไล่เชือดเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านและนั่นทำให้แอชลีย์ได้พบด้านมืดของ ลูค และชะตากรรมของทั้งคู่ก็อยู่ในจุดที่เกินคาดเดา

เราอาจจัดประเภทของ Safe Neighborhood หรือ Better Watch Out ให้อยู่ในกลุ่มหนังสยองขวัญประเภทบุกรุกบ้าน (Home Invasion) ได้หากพิจารณาจากหน้าหนังและตัวหนังเองในครึ่งแรก แต่สิ่งที่ คริส เพ็คโอเวอร์ ผู้กำกับและเขียนบทได้มาเติมความสดใหม่จริงๆคงเป็นลูกล่อลูกชนการหักมุมที่เล่นกับความคาดหวังของคนดูตั้งแต่ครึ่งเรื่อง ซึ่งหากพิจารณาบทหนังดูดีๆจะเห็นถึงความรัดกุมในการสร้างตัวละครโดยเฉพาะ ลูค เด็กวัย 12 ย่างก้าว 13 ปีที่แสดงให้เห็นถึงจุดหักเหระหว่างความเป็นเด็กกับการย่างก้าวสู่วัยรุ่น ซึ่งสื่อต่างๆมีผลต่อพฤติกรรมของเขา ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังให้ข้อมูลจากแม่ของลูคถึงพฤติกรรมแปลกๆในเวลากลางคืนเพื่อเพิ่มความไม่น่าไว้วางใจให้กับตัวละครเพื่อช่วยเสริมให้จุดหักมุมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวมาสร้างหนังกระตุกขวัญแบบผิวเผินแต่ยังสามารถสื่อให้เห็นถึงมุมมองจิตวิทยาเด็กที่น่าสนใจมากทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจของหนังนอกจากฉากไล่ฆ่าเลือดสาดก็คือการสร้างตัวละครที่น่าจดจำโดยเฉพาะลูคที่หนังกำหนดให้เขาอยู่ในวัยทวีนหรือวัยรุ่นตอนต้นที่ยังคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นเด็กและการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งตรงนี้หนังใช้ความชอบส่วนตัวสองสิ่งของลูคมาเป็นกลไกในการดำเนินเรื่อง (mechanic) คือความรักที่มีต่อ แอชลีย์ พี่เลี้ยงเด็กสาวผมบลอนด์สุดเซ็กซี่และหนังสยองขวัญที่พ่อแม่ห้ามดูเพื่อถ่ายทอดด้านมืดของตัวละครและยังทำให้เห็นสภาวะเปราะบางทางจิตใจของเด็กในวัยทวีนอย่างน่าเชื่อถือ โดยแอชลีย์ก็คือพี่เลี้ยงเด็กที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่ 8 ขวบความผูกพันธ์จากพี่สาวที่ตนเองขาดเพราะเป็นลูกคนเดียวค่อยเปลี่ยนไปตามฮอร์โมนจนกลายเป็นความชอบพอแบบคนรัก ยิ่งไปกว่านั้นความชอบหนังสยองขวัญของเขาเองแท้จริงก็มาจากแอชลีย์ที่มีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากนางเอกหนังสยองขวัญที่คนดูคุ้นเคยทั้งใบหน้าอ่อนหวานและผมสีบลอนด์ที่เป็นพิมพ์นิยมของนางเอกหนังสยองขวัญมาตั้งแต่หนังยุค อัลเฟรด ฮิตช์ค็อกซ์ ปรมาจารย์หนังสยองขวัญโลก ดังนั้นความรักความชอบทั้งตัวแอชลีย์และหนังสยองขวัญเลยเป็นเชื้อไฟชั้นดีในการจุดประกายให้คนดูได้เห็นถึงความอำมหิตของลูค และยิ่งไปกว่านั้นหนังยังขุดลึกถึงจิตวิทยาเด็กในวัยทวีนโดยเฉพาะประเด็นการไม่ชอบให้ใครตอกย้ำความเป็นเด็กของตน โดยคำพูดหนึ่งที่ลูคดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดคือการบอกว่าเขาเป็นแค่เด็กน้อยหรือkiddoทำให้ลูคต้องพิสูจน์ตนเองให้พ้นจากเด็กน้อยด้วยการแปรสภาพกลายเป็นนักฆ่าหรือkillerแทนเพราะเชื่อว่าการฆ่าเป็นกิจกรรมของผู้ใหญ่และเมื่อหนังดำเนินไปสู่จุดหักเหของเรื่อง ลูค ก็ค่อยๆกลายเป็นสภาพเป็นผู้ลงทัณฑ์ (Punisher) ซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของเหล่าฆาตกรในหนังสยองขวัญอีกทีโดยมีประเด็นรักแรกของลูคเป็นเชื้อไฟสำคัญ

HanWay Films, Snoot Entertainment You're Next: คืนหอน คนโหด 1

You’re Next: คืนหอน คนโหด

You’re Next : คืนหอน คนโหด ฉายรอบนักวิจารณ์เมืองนอกไปเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่ากระแสวิพากษ์ วิจารณ์ ดีเกินคาด โหดสมชื่อ เพราะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือภาพยนตร์สยองขวัญที่ใช้เทคนิคการเขียนบทแบบเกินคาดเดาเหนือชั้นกว่าที่เคยคาดการณ์ พร้อมตายได้ทั้งในจอและนอกจอ”

You’re Next : คืนหอน คนโหด คือฝีมือการกำกับของ อดัม วินการ์ด เรียกได้ว่าเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัว วินการ์ด ลงมือ เขียนบท กำกับ และเลือกซาวด์ประกอบสุดสยองด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น ไอเดียเจ๋งๆฉีกแนวโดนใจวัยรุ่น ทำให้การชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มีชั้นเชิงเกินคาดเดา ทำให้นักวิจารณ์หลากหลายสถาบัน เทใจเชียร์ แถมหนังยังได้รางวัล ขวัญใจมหาชน จากเทศกาลหนังนานาชาติ แฟนตาสติก ที่เญอราห์แมร์ ประเทศฝรั่งเศสในปีนี้อีกด้วย

“นี่คือหนังสยองขวัญที่ถูกเรียบเรียงดีเอ็นเอใหม่ คุณก็จะรู้สึกได้ว่าผู้สร้างกำลังขยิบตาให้คนดู และมอบสิ่งที่ทุกคนต้องการได้อย่างครบถ้วนและเหนือยิ่งกว่า” – ปีเตอร์ ฮอล (Movies.com)

“สุดยอด สุดยอด สุดยอด สุดยอด ผมเอ่ยคำนี้นับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่ดูเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญอีกต่อไป หากแต่เป็นหนังแอ็คชั่นที่ตัวละครต้องเอาชีวิตให้รอด ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อที่อยู่ในบ้านหรือผู้ร้ายจากภายนอกบ้านก็ตาม คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่าบ้านหลังนึงจะสามารถวางกับดัก และเปลี่ยนอุปกรณ์ทั่วไปให้กลายเป็นอาวุธถึงขนาดนี้” – เฟรด โทเปิ้ล (Crave Online)

You’re Next : คืนหอน คนโหด เรื่องราวของครอบครัวเดวิดสัน ที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวสุดขีด เมื่อกลุ่มคนสวมหน้ากากรูปสัตว์ บุกเข้ามาในบ้านของพวกเขาในยามค่ำคืน ทุกคนพยายามกั้นเขตแดนทั้งภายในและบริเวณรอบบ้าน เพื่อรับมือกับศัตรูที่มีอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นขวาน เครื่องยิงธนู มีดพร้า โดยพวกเขาไม่ต้องการทรมานใครคนไหน นอกจากต้องการฆ่าสถานเดียว อย่างไรก็ตามสิ่งที่กลุ่มนักฆ่าโรคจิตคาดไม่ถึงก็คือ อีริน (ชาร์นิ วินสัน จาก Step Up 3D) ภรรยาของลูกชายคนโตของครอบครัวเดวิดสัน มีความหลังที่จะทำให้เธอกลายเป็นคนที่พวกเขาต่างหากที่ต้องกลัว!!

You’re Next : คืนหอน คนโหด “ ท้าทาย สุดผวา เกินคาดเดา” 19 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Columbia Pictures Panic Room: ห้องเช่านิรภัยท้านรก 1

Panic Room: ห้องเช่านิรภัยท้านรก

เม็ก อัลต์แมน (โจดี้ ฟอสเตอร์) แม่ม่ายที่เพิ่งผ่านการหย่าร้างมาหมาด ๆ และลูกสาวของเธอ ซาราห์ (คริสเตน สจ๊วร์ต) ย้ายไปอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในนิวยอร์ก ซึ่งมีห้องลับที่ถูกสร้างขึ้น โดยเจ้าของคนก่อน ผู้เป็นมหาเศรษฐีที่มีความคิดประหลาด ห้องลับดังกล่าว ประกอบขึ้นจากกำแพงคอนกรีตสี่ด้าน มีระบบโทรศัพท์ที่ฝังอยู่ใต้ดิน และไม่เชื่อมต่อกับระบบสายเมนของบ้าน ระบบระบายอากาศอิสระ และจอมอนิเตอร์สอดแนม ที่ติดตั้งเอาไว้เกือบทุกมุมของบ้าน ทุกอย่างได้รับการปกป้องจากโลกภายนอก โดยประตูเหล็กอย่างหนาที่ไม่อาจพังได้

เม็ก กับ ซาราห์ ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องใช้ห้องลับนี้ จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเธอต้องเล่นเกม แมวจับหนู ที่แสนอันตราย กับผู้บุกรุกสามนาย ได้แก่ เบิร์นแฮม (ฟอเรสต์ วิทเทคเกอร์) ราอูล (ดไวท์ โยแคม) และ จูเนียร์ (จาเร็ด เลโต้) เมื่อพวกเขาบุกรุกบ้านของเธออย่างรุนแรง แต่ห้องลับนี้ กลับกลายเป็นจุดสำคัญ เพราะสิ่งที่กลุ่มผู้บุกรุกต้องการ อยู่ภายในห้องลับนี้เอง และผู้บุกรุกจะไม่มีวันหยุด จนกว่าจะได้เข้าไปในห้องลับดังกล่าว!

“เส้นด้าย – Up For Thai” พลังประชาชน สะท้อนสังคมช่วงโควิด-19

“เส้นด้าย - Up For Thai” พลังประชาชน สะท้อนสังคมช่วงโควิด-19

พลังประชาชน “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” คำกล่าวนี้เป็นจริงเสมอในทุกวิกฤตที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ภาพประชาชนที่ออกมาช่วยเหลือกันและกันในยามเกิดปัญหา กลายเป็นภาพชินตาและสร้างความอิ่มเอมใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น เช่นเดียวกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่แสดงให้เห็น “น้ำใจ” ของคนไทยที่ส่งต่อให้กันอย่างล้นหลามอีกครั้ง ทั้งโครงการ “ตู้ปันสุข” ที่แบ่งปันอาหารและของใช้จำเป็นให้กับผู้เดือนร้อน การดูแลประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการรวมตัวกันของประชาชนเพื่อช่วยกันจัดการปัญหา “เตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอ”

แม้การช่วยเหลือกันเองของภาคประชาชนจะทำให้หัวใจอบอุ่น แต่มันก็ทำหน้าที่สะท้อนสังคมไทยด้วยเช่นกัน แล้วภาพสะท้อนของสังคมที่ว่านั้นคืออะไร Sanook คุยกับตัวแทนของกลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อเรียนรู้ปัญหาและสะท้อนเสียงของคนทำงานไปให้ถึงรัฐบาล ซึ่งเป็น “กุญแจสำคัญ” ที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้

มาถึงจุดนี้ได้ยังไง? “เส้นด้าย” ตั้งเต็นท์กลางดึกช่วยผู้ป่วยโควิด-19 แฟลตดินแดง
ศบค.ห่วงปัญหาเตียงไม่พอ – ลุยตรวจ กทม. พบ 5 เขต โควิด-19 ระบาด
หนึ่งความสูญเสีย สู่ล้านความช่วยเหลือ
ข่าวการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของคุณกุลทรัพย์ วัฒนผล หรือ “อัพ VGB” นักกีฬาอีสปอร์ตรุ่นบุกเบิกของประเทศไทย กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจของประชาชนในช่วงที่โรคโควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ข้อความบนโลกออนไลน์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตระบุว่า เขารอรถพยาบาลมารับไปรักษาตัวหลายวัน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการรักษา จนกระทั่งเขาอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในที่สุด การเสียชีวิตของคุณกุลทรัพย์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มภาคประชาชนที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนด้วยกันเอง ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังอ่อนล้าและสิ้นหวัง

พลังประชาชน เพื่อนโพสต์อาลัย เผยประวัติ “อัพ VGB” คลื่นลูกแรกของวงการอีสปอร์ต ติดโควิดเสียชีวิต
“โครงการนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของคุณอัพ ซึ่งเป็นเพื่อนของผม พอเขาเสียชีวิต ก็เลยมีการพูดคุยกันในโซเชียลมีเดียที่เรียกว่า “คลับเฮ้าส์” ว่าเราจะทำอะไรได้บ้างที่จะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ในฐานะประชาชน เพราะเรารู้สึกว่า ลำพังแค่ภาครัฐอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอ ถ้าภาคประชาชนสามารถเข้ามาช่วยตรงนี้ได้ น่าจะเป็นเรื่องดี เราก็เลยตั้งกลุ่มขึ้นมา เรียกว่ากลุ่มอาสาสมัคร Up For Thai ก็คือมาจากชื่อของคุณอัพนั่นเอง” คุณชายอดัม – หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หัวเรือใหญ่โครงการ “ต้องรอด – Up For Thai” เล่าที่มาที่ไปของกลุ่มให้ฟัง

เช่นเดียวกับคุณภูวกร ศรีเนียน ผู้ร่วมก่อตั้ง “กลุ่มเส้นด้าย” ที่เล่าว่า หลังจากที่คุณกุลทรัพย์เสียชีวิต ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเส้นด้ายคนหนึ่งได้เข้าไปมีบทบาทในการช่วยเจรจากับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งให้ช่วยรับตัวคุณแม่ของคุณกุลทรัพย์เข้ารักษาโรคโควิด-19 นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งกลุ่มนี้ขึ้น เพื่อช่วยเหลือคนอื่น ๆ ไม่ให้ต้องประสบชะตากรรมแบบที่คุณกุลทรัพย์เผชิญ ในขณะที่ชื่อ “เส้นด้าย” ก็มาจากในช่วงเวลานั้น มีการถกเถียงกันเรื่องการมี “เส้นสาย” จึงจะทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

“เราตั้งกลุ่มที่เรียกว่าเส้นด้ายขึ้นมา มันคือเส้นของคนที่ไม่มีเส้น คือถ้า “ได้” แปลว่ามีเส้น เราต้องมีเส้นเราจึงจะได้ เราจึงใช้คำนี้แทน ก็เหมือนกับว่า เราเองก็มีเส้นเหมือนกัน เส้นของคนที่ไม่มีเส้น เป็นเส้นด้ายเล็ก ๆ ธรรมดาที่มาช่วยกันทำ” คุณภูวกรกล่าว

“คุณชายอดัม” โพสต์เศร้าถึง “อัพ VGB” เพื่อนวัยเด็ก ทั้งที่อายุเท่ากัน ติดโควิดเหมือนกัน
กลุ่มเส้นด้ายเปิด “บ้านเส้นด้าย” หาสถานที่กักตัวผู้ป่วยโควิด-19 หวังลดการแพร่เชื้อ
ภารกิจหลักของกลุ่มเส้นด้ายคือการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งเรื่องการจัดเตรียมรถรับ-ส่งผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่สามารถเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลได้ รวมถึงการติดต่อประสานงานเพื่อหาเตียงให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 และส่งผู้ที่มีความเสี่ยงสูงไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ พวกเขายังจัดทำ “โครงการบ้านเส้นด้าย” เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับเตียงรักษา เพื่อป้องกันการนำเชื้อไปแพร่กระจายให้กับคนในครอบครัว ในขณะที่กลุ่ม Up For Thai ก็เริ่มจากการให้ความรู้และข้อมูลกับกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้เสี่ยงสูง ก่อนจะพัฒนาไปเป็น “โรงครัวต้องรอด” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้กักตัวและขาดรายได้จากการทำงาน

“เราค้นพบว่าชุมชนแออัดเริ่มมีการติดเชื้อ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เขาต้องกักตัวและไม่มีรายได้ เราจึงคิดว่าการเข้าไปช่วยเหลือคนเหล่านี้เพื่อพยุงให้เขาอยู่ได้ในพื้นที่ จนกระทั่งสามารถกลับมาทำงานได้ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค และป้องกันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น จึงกลายเป็นโรงครัวต้องรอดในปัจจุบัน” คุณชายอดัมเล่า

รอยต่อของภาครัฐ
“การรับมือภัยพิบัติระดับประเทศ ลำพังแค่ภาครัฐอย่างเดียว ทรัพยากร กำลังคน อาจจะไปโฟกัสที่เรื่องที่จำเป็นที่สุด เช่น การตรวจหาเชื้อ การดูแลจัดการผู้ป่วย หรือการบริหารจัดการวัคซีน ส่วนเราก็ช่วยในเรื่องของการดูแล จริง ๆ ไม่ใช่แค่เราหรอก หน่วยงานรัฐก็พยายามเข้ามาดูแลตรงนี้ แต่มันไม่เพียงพอ จำนวนผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นแสนคนในชุมชนแออัด 641 แห่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย” คุณชายอดัมตอบคำถามว่าทำไมประชาชนจึงต้องออกมาช่วยเหลือกันเอง

ในขณะที่คุณภูวกรก็แสดงความคิดเห็นว่า ในช่วงเวลาที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบการทำงานของภาครัฐที่ไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์กลายเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ขณะที่แต่ละหน่วยงานจำเป็นต้องปฏิบัติงานภายใต้กรอบกติกาที่ถูกบัญญัติขึ้นภายใต้ “สถานการณ์ปกติ” เมื่อเกิดภาวะโรคระบาด ซึ่งเป็น “สถานการณ์ไม่ปกติ” แต่ละหน่วยงานจึงไม่กล้าทำนอกกติกาของตัวเอง

“เขาสั่งว่า 1669 จะไปบริการคนที่เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีผลตรวจ แล้วคนที่ป่วยโควิด-19 แต่ไม่มีผลตรวจล่ะ พอเจอแบบนี้ ระบบบริการของรัฐไม่ขยับแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงมีคนเยอะแยะที่อาการโควิด-19 กำเริบ โดยที่เขายังไม่ทันได้ไปตรวจ เพราะฉะนั้น คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือคนที่อาการกำเริบโดยที่ยังไม่ได้ไปตรวจจึงมีเยอะมาก” คุณภูวกรชี้

การปฏิบัติงานตามกรอบกติกาของหน่วยงานราชการ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในภาวะสิ้นหวังและหวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคหนึ่งของกลุ่มภาคประชาชน ที่เข้าไปทำงานประสานและจัดการปัญหาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยเช่นกัน

“เขาจะมองเราด้วยความหวาดระแวง และรู้สึกว่าเราคือปัญหาของเขา คือคนที่อยู่ในระบบ เขาจะมีวิธีคิดที่ว่า ทำอะไรต้องปลอดภัยในหน้าที่การงานเอาไว้ก่อน ถ้าทำดีอย่างเต็มที่ แต่มันส่งผลกระทบต่อความหน้าที่ความรับผิดชอบ เขาก็จะไม่ทำ ดังนั้น พอเราไปแตะหรือทำสิ่งนั้น มันจึงเป็นการไปทำให้เขาต้องมาทำตามเรา เขาก็จะรู้สึกว่าเราเป็นปัญหา” คุณภูวกรสะท้อน

อย่างไรก็ตาม คุณชายอดัมก็ระบุว่า กลุ่ม Up For Thai ไม่ได้มีปัญหากับระบบราชการมากนัก เนื่องจากมีทีมที่ทำงานประสานกับภาครัฐจำนวนมาก พร้อมกับเข้าไปสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐ และมี “ผู้ใหญ่” ในหน่วยงานนั้น ๆ ที่สามารถเข้าไปชี้แจงเมื่อเกิดปัญหาได้ ทั้งนี้ ทางกลุ่มจะติดต่อกับกับชุมชนโดยตรง เช่น ผู้นำชุมชนโดยธรรมชาติ ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครในชุมชน จึงทำให้พวกเขาผ่านความยุ่งยากของการสื่อสารกับทางภาครัฐได้

ภาคประชาชนสะท้อนปัญหาสังคมไทย
การลงมาทำงานช่วยเหลือประชาชนในช่วง โควิด-19 ทำให้คุณภูวกรมองเห็นปัญหาของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหา “ผู้มีอำนาจปกครอง” ซึ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วงเวลาวิกฤต

“ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในเรื่องสาธารณสุขในเวลาฉุกเฉินแบบนี้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วประเทศของเรามีงบประมาณมากพอ เรามีเงินพอที่จะดูแลคนได้ แต่เงินตรงนั้นไม่ถูกนำมาใช้อย่างรวดเร็ว จริง ๆ โควิด-19 เกิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ผู้บริหารอาจจะไม่ทันคิดว่าถ้าเกิดสถานการณ์นี้ขึ้น จึงตั้งรับไม่ทัน” คุณภูวกรชี้ “จริง ๆ เรามี ม.44 สำหรับสถานการณ์นี้ เขาตั้งหน่วยงานฉุกเฉินขึ้นมาที่สามารถสั่งการข้ามกรม ข้ามกระทรวง ข้ามทุกอย่างได้หมด แต่การสั่งการแบบนั้นไม่ได้ถูกแบ่งมาใช้ในภาคการช่วยเหลือผู้ป่วย”

ทางด้านคุณชายอดัมก็แสดงความคิดเห็นว่า แม้ประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติอยู่ทุกปี แต่ประเทศไทยกลับไม่มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมองค์ความรู้ในการรับมือกับภาวะวิกฤตเข้าด้วยกัน และทำหน้าที่สื่อสารให้กับประชาชนได้อย่างชัดเจน กระชับ และได้ใจความ กอปรกับสังคมไทยกำลังอยู่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้เกิดข่าวสารที่มีความคลาดเคลื่อนหรือเฟกนิวส์จำนวนมาก ขณะที่ภาครัฐก็ไม่สามารถตอบสนองต่อเฟกนิวส์ได้เร็วพอ จึงทำให้การสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตกลายเป็นเรื่องลำบาก

“คนที่อยากสื่อสารไม่ได้สื่อสาร คนที่สื่อสารก็สื่อสารคลาดเคลื่อน หรือคนที่รับสารก็รับสารคลาดเคลื่อน ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในสังคมไทยไม่ชัดเจน” คุณชายอดัมชี้

“อีกเรื่องหนึ่งคือคนในสังคมกลัวกันเอง ไม่ไว้ใจกันเอง ชัดเจนที่สุดสองครั้ง คือผมประสานโรงพยาบาลไปตรวจเชิงรุก เราพูดชัดเจนก่อนจัดงานว่า จุดตรวจเชิงรุกนี้ไม่ได้ตรวจให้ชุมชนของคุณแค่นั้น แต่ตรวจให้คนไทยทุกคน เราแต่มาใช้พื้นที่ตรงนี้ แต่พอวันจริง คนในชุมชนก็ออกมาโวยวายว่าทำไมคนนอกมาตรวจ เดี๋ยวคุณจะเอาเชื้อมาติดฉัน แล้วก็ทะเลาะกัน หรือเหตุการณ์ที่มีคนป่วยโควิด-19 คนในชุมชนก็จะเริ่มบอกว่า เมื่อไรมันจะไปจากบ้าน” คุณภูวกรเสริม

รัฐบาลคือกุญแจแก้ไขปัญหา
“กระบวนการสำคัญที่เราทำอยู่ ณ วันนี้ เราทำเพื่อพยุงชุมชน อาสาสมัครทุกคน ทุกองค์กร ภาคประชาชน ที่เขาทำก็คือช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จนกว่าภัยพิบัตินั้นจะจบลง แต่ภัยพิบัติระดับประเทศจะจบลงได้ ต้องเกิดจากการจัดการระดับประเทศ” คุณชายอดัมกล่าว

รัฐบาลเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เพราะรัฐบาลมีอำนาจในการบริหารและอำนาจสั่งการอยู่ในมือ รวมถึงอำนาจในการจัดหา “วัคซีน” ให้กับประชาชน ซึ่งคุณภูวกรชี้ว่า ถ้ามีการจัดการวัคซีนได้อย่างเร็วที่สุด เร็วกว่านี้ มีทางเลือกให้ประชาชนมากกว่านี้ ให้ทั่วถึงมากกว่านี้ จะช่วยแก้ไขสถานการณ์โรคโควิด-19 และลดความตื่นตระหนกของประชาชนได้มากกว่านี้

“รัฐต้องทำให้คนติดเชื้อโควิด-19 ลดลง อัตราการตายลดลง คนเข้าโรงพยาบาลสนามได้รวดเร็วขึ้น คนที่จะไปจากเตียงเขียวเป็นเตียงแดงสามารถได้รับการตอบสนองได้อย่างทันท่วงที มีระบบสาธารณูปโภคที่รองรับผู้ป่วย หรือผู้กักตัว พร้อมมีระบบช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ผู้ป่วยติดเตียง คนแก่ชรา และเด็ก นั่นเป็นสิ่งที่เขาควรทำ ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะในกรุงเทพปริมณฑล หรือในต่างจังหวัด แล้วท้ายสุดคือการแจกจ่ายวัคซีนให้ทั่วถึง มีจำนวนหลากหลายในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” คุณชายอดัมแสดงความคิดเห็นปิดท้าย