รีวิว THE GIRL ON THE TRAIN: ปมซ่อนชู้ สับรางมรณะ

THE GIRL ON THE TRAIN: ปมซ่อนชู้ สับรางมรณะ ดัดแปลงจากหนังสือนิยายขายดีชื่อเดียวกัน (ตีพิมพ์ปี 2015) ของ Paula Hawkins

พูดตรง ๆ เลยว่า หนังแนวสืบสวนระทึกขวัญหรือปมซ้อนปมอย่าง Gone Girl กับ The Girl on the Train นี้รีวิวไม่ง่ายเลย เพราะมันละเอียดอ่อน อาจหลุดสปอยล์ได้โดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น บล็อกนี้เราจะรีวิวหนัง The Girl on the Train ให้กระชับที่สุด เพื่อเสี่ยงต่อการสปอยล์ให้น้อยที่สุด (แต่มีความตั้งใจจริง ๆ นะ ว่ารีวิวของเราต้องไม่มีสปอยล์สาระสำคัญของหนังเด็ดขาด)

เรื่องย่อ THE GIRL ON THE TRAIN: ปมซ่อนชู้ สับรางมรณะ (ไม่สปอยล์)

สาวม่ายขี้เมา Rachel Watson (Emily Blunt จาก The Devil Wears Prada, Into the Woods, Sicario, Edge of Tomorrow) นั่งรถไฟไปกลับระหว่างบ้านชานเมืองกับนิวยอร์กทุกวันเช้าเย็น ทุกครั้งเธอจะมองบ้านของสามีเก่าของเธอ Tom (Justin Theroux จาก Zoolander) ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่กับภรรยาใหม่ Anna (Rebecca Ferguson จาก Mission: Impossible – Rogue Nation) และลูกสาววัยเตาะแตะผ่านหน้าต่างรถไฟ

วันหนึ่ง Megan Hipwell (Haley Bennett จาก Hardcore Henry) สาวข้างบ้านของ Tom กับ Anna หายตัวไปอย่างลึกลับ คืนที่ Megan หายตัว Rachel เห็นหญิงสาวอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งจึงนำความไปบอก Scott (Luke Evans จาก Dracula Untold, Fast & Furious) สามีของ Megan ทำให้ Scott สงสัยว่าชายที่ Rachel เห็นอาจเป็น Dr. Kamal Abdic (Edgar Ramírez จาก Point Break, Joy) จิตแพทย์ประจำตัวของภรรยาของเขา

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ THE GIRL ON THE TRAIN

ไม่รู้เราจะเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกตั้งแต่ดูเทรลเลอร์แล้วว่า The Girl on the Train มีความคล้าย Gone Girl (2014) มาก แม้กระทั่งในหนังตัวเต็ม เราก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเบา ๆ ว่า Paula Hawkins คนเขียนเรื่องนี้ต้องได้รับแรงบันดาลใจไม่มากก็น้อยมาจาก Gillian Flynn จริง ๆ

เมื่อสันนิษฐานเรื่องแรงบันดาลใจดังกล่าวค่อนข้างสตรองในสมองเรา มันจึงอดไม่ได้ที่จะไม่เอาหนัง The Girl on the Train ไปเปรียบเทียบกับหนัง Gone Girl ของผู้กำกับ David Fincher ซึ่งเรื่องนั้น…อย่างที่รู้กัน…เป็นที่ชื่นชมอย่างท่วมท้นจากผู้ชมทั่วโลก รวมถึงเราเองด้วย

โดยส่วนตัวรู้สึกว่า The Girl on the Train ยังมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องและคลี่คลายปมไม่เหนือเท่า Gone Girl หรือพูดแบบไม่คิดอะไรมากก็คือ ไม่มีอะไรเทียบชั้น Gone Girl ได้เลยก็ว่าได้

แต่ทั้งนี้เราไม่ได้หมายความว่า The Girl on the Train เป็นหนังที่เลวร้าย ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเลยว่า Gone Girl เขาทำมามาตรฐานสูงปรี๊ดมาก ประเด็นแน่นปึ้ก จึงไม่แปลกที่คนที่เคยดู Gone Girl มาก่อนแล้วอย่างเราจะรู้สึกเฉย ๆ ดูหนังพากย์ไทย

กับ The Girl on the Train ซึ่งประเด็นธรรมด๊า~ ธรรมดา (ติดเหล้า ซึมเศร้า ชู้รัก คลั่งเซ็กส์ ความรุนแรงในครอบครัว ฯลฯ)

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ The Girl on the Train เกือบจะล้มเหลวในการเดินตามรอย Gone Girl และสร้างบรรยากาศระทึกขวัญให้ชวนติดตาม

แต่ในส่วนของการหลอกล่อคนดู ก็ไม่ได้ล้มเหลวซะทีเดียว เราเดาเรื่องผิดหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเมแกนหายไปไหน และ/หรือ ใครฆ่าเมแกน (ประมาณ ใครฆ่านานะ!?) ประสบการณ์จาก Gone Girl ไม่ได้ช่วยให้เราตามพวกตัวละครโรคจิต (และคนเขียนบทโรคจิต) เหล่านี้ทันเลย

ตัวละครหลักในเรื่องมีชาย 3 หญิง 3 แต่เน้นมุมมองของฝ่ายหญิง 3 คนมากกว่า ได้แก่ Rachel (Emily Blunt), Megan Hipwell (Haley Bennett), และ Anna (Rebecca Ferguson) ตัวละครหลักทั้ง 6 คน มีความ “จิต” กันหมด จิตแตกต่างกันไป และแต่ละคนก็ล้วนแต่ขาดสติทำผิดศีล 5 กันทั้งนั้น โดยเฉพาะข้อ 1, 3, 4, และ 5 (เออ เกือบทุกข้อนั่นแหละ)

นอกจากนี้ ตัวละครแต่ละตัวมีความสัมพันธ์กัน ไม่ใช่แค่ในเชิงสามีภรรยาหรือเพื่อนบ้าน หากแต่รวมถึงความฝันหรือความต้องการในเรื่องชีวิตคู่และครอบครัว ทั้งในเชิงเหมือนกันและย้อนแย้งกัน เช่น Rachel อยากมีลูกแต่มีไม่ได้ Megan ไม่อยากมีลูกแต่สามีอยากให้มี

Emily Blunt แสดงดีตามมาตรฐานของเธอ เธอพิสูจน์มาหลายเรื่องต่อหลายเรื่องแล้วว่าไม่มีบทบาทไหนที่เธอตีไม่แตก แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าบท Rachel Watson ของเธอมันมนุษย์ป้า โรคจิต โง่เง่า และน่ารำคาญจนไม่น่าเอาใจช่วยเลยสักนิด โดยเฉพาะช่วงแรกๆ

ที่เธอมัวแต่เมา คิดว่าตัวเองไม่มีค่า เพราะไม่สวย (ก็โทรมเพราะกินเหล้าปะ?) และไม่สามารถมีลูกได้ จนสามีทิ้งไปมีเมียใหม่ที่แซ่บกว่า

สำหรับเรา มันเป็นเรื่องที่น่ารำคาญมากที่ต้องมาดูผู้หญิงยึดติดกับ gender roles ตามครรลองที่ว่า “ผู้หญิงต้องเป็นแม่ที่ดีของลูก

ผู้หญิงต้องเป็นศรีภรรยาที่ดีของสามี” ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่สองอย่างนี้ให้ดี เธอจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า แต่ทำไมเวลาไม่มีงานทำ ไม่ได้ทำงาน หรือต้องไปแย่งสามีคนอื่นเขา เธอถึงได้ไม่รู้สึกบ้างว่าตัวเองไร้ค่า?

โดยสรุป The Girl on the Train ไม่ดีไม่แย่ ถ้าใครชอบหนังแนว Gone Girl ก็ไปดูได้ ไปนั่งเดา ๆ เรื่องได้เอาหนุก ๆ

แต่อย่าคาดหวังมาตรฐานแบบ Gone Girl เลย เพราะมันคนละ division เลย เรื่องนู้นดูแล้วคิดตราตรึงไปหลายวัน แต่เรื่องนี้มันเหมือนรถไฟขบวนหนึ่งที่วิ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรน่าจดจำ นอกจากการแสดงของ Emily Blunt และหน้าหล่อ ๆ หุ่นแซ่บ ๆ ของ Luke Evans ก็เท่านั้น จบ

คะแนนตามความชอบส่วนตัว 7.5/10

UFABET พนันบอลออนไลน์ เว็บไซต์ แทงบอล ออนไลน์

บาคาร่าและวิธีเล่น

UFABET ( ยูฟ่าเบท ) หมายถึงเว็บ พนันบอลออนไลน์ ให้บริการมา อย่าง ยาวนาน สมบูรณ์แบบ ที่สุด รวมทั้งเป็นที่นิยม ในการ ใช้บริการ มากที่สุด ในประเทศ ไทย แล้วก็เอเชีย UFA AUTO เป็นเว็บที่ได้รับ การแต่งตั้งจาก ยูฟ่าเบท

เป็น เว็บไซต์ แรก แล้วก็ เว็บไซต์เดียว เท่านั้น เว็บไซต์พนันบอล ออนไลน์ แห่งนี้ ได้รับ การยอมรับ จาก ผู้เล่น ให้เป็น เว็บไซต์ แทงบอล ที่ยอดเยี่ยม

รวมทั้งมั่นคง ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบของเว็บที่เสถียร ระบบ ฝาก ถอน อัตโนมัติที่รวดเร็วทันใจ พร้อมมี แอดมินที่ รอ ช่วยเหลือ สมาชิกทุกท่าน หากติด ปัญหาต่างๆ

ตลอด 24 ชั่วโมง มีสมาชิกหลายชึ้นที่เข้ามาในเว็บไซต์ ยูฟ่าเบท เลือกที่จะใช้บริการ พนันบอล ออนไลน์ กับเว็บของเรา และแน่ๆปริมาณ สมาชิกของ เว็บพนันออนไลน์ แห่งนี้ มากขึ้น ในอัตรา ที่สูง มากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วย ความใส่ใจ รวมทั้ง การให้บริการ ของ พวกเรา UFA24H พวกเรา พร้อมดูแลคุณตลอด ทุก การเล่นรวมทั้ง พัฒนาระบบ เว็บให้มีคุณภาพ ของเว็บสมรรถนะ ของระบบ แล้วก็ การให้บริการเพื่อเป็น ชั้น 1 ของ การให้บริการ

เว็บไซต์ พนันบอลออนไลน์ รวมทั้ง คาสิโน ออนไลน์ ด้วยประสบการณ์ การให้บริการ มา อย่างนาน ถึง 10 ปี ทำให้เรา มีความรู้และความเข้าใจ สามารถดำเนินการ รวมทั้ง บริหารงานได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งประสิทธิภาพ สูงสุด

เว็บเปิด ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ ฝาก ถอนเงินแล้วก็ระบบ สมัครเป็นสมาชิก สมาชิกสามารถพนันบอลออนไลน์ กีฬาออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ รวมทั้ง เกมส์ต่างๆ ได้ตลอดระยะเวลาเล่นผ่าน ทางเว็บหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคุณ ก็ได้

UFA ทางเว็บไซต์ พวกเรา มีให้บริการ แทงบอแบบ พร้อมเว็บไซต์ เดียวมีครบทุกบริการ ไม่ว่า จะ เป็น พนันบอลพนันบอล ออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์  แล้วก็ฯลฯเตรียมไว้ให้ท่านได้ สัมผัส ประสบการณ์ใหม่ๆ

กำลัง เป็นที่นิยม สำหรับ เหล่า นักเล่นการพนัน เพราะมี ผู้หญิง ที่ คอย บริการคุณ ตลอดทั้งเกม รับ สิทธิพิเศษสำหรับคุณเมื่อ สมัครเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์

ของพวกเรา รับโบนัสฟรี 100% คืน ยอดเสีย สูงสุต 0.5 – 0.7% ต่อใบเสร็จรับเงิน ราคาน้ำ 4 ตังค์ ดีมากกว่าคุณไปแทง ที่ โต๊ะหลายเท่ามีระบบ ฝาก ถอน ออโต้

รวดเร็วทันใจ ฝาก ได้ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดรอบ ฝากถอนหาก ท่านไม่รับ โบนัส และก็เกมส์ สล็อต SLOT JOKER คืน ยอดเสีย ทุกเดือน 10% เว็บไซต์ฯ เดียว ที่ แน่นอนที่สุด มั่นคง จริงใจต้อง ยูฟ่าเบท ออโต้

พนันบอลออนไลน์ UFABET ยูฟ่าเบท ไม่ ผ่าน เอเย่นต์ดี อย่างไร

ทางเว็บไซต์ ของเราได้ถูกเลือกจากทางยูฟ้า เบทโดยตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ให้เป็น ผู้ให้บริการเว็บไซต์ พนันบอล ออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับ

การยินยอมรับมากที่สุด ในเรื่อง ของความนำสมัยและความปลอดภัยสมาชิกทุกคนไม่ต้องกังวลว่าลงเดิมพันแล้วจะ ไม่ได้เงินหรือไม่จ่าย ยอดเว็บไซต์ พวกเรา จ่ายทุกยอดที่คุณ เล่นได้มีระบบ ฝาก ถอน อัตโนมัติ ปลอดภัยสูงเร็วใช้ง่าย

หมดปัญหา เรื่อง โกงเงิน ไปได้เลย เรา ตอบสนองทุกความต้องการ ของ นักพนัน ออนไลน์ ทุกคนที่ต้องการมีเว็บไซต์ พนันบอล ที่ มีคุณภาพ รวมทั้งเชื่อถือได้แบบ ร้อยเปอร์เซ็น อีกทั้งพนันบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ มีให้เล่น สูงที่สุด

ในประเทศไทย เล่น ผ่านมือถือ ไม่ ยุ่งยากโปรโมชั่น เด็ด พร้อม เป็นเว็บไซต์ คาสิโน อันดับ 1 มีมาตรฐานความปลอดภัย ระดับโลก มีเดิมพัน กีฬาออนไลน์ ทุกจำพวกที่คุณ อยากได้ มั่นอกมั่นใจ ถึงที่กะไว้เว็บ ufa24h.net เว็บเดียว ที่จะพาสมาชิกทุกคนได้สนุกกับ การพนัน บอล ออนไลน์

พนันบอลบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ สะดวกง่าย ทันใจ

ทาง เว็บไซต์ ของ เรา สามารถ พนันบอล บน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้ ตลอดเวลา ไม่ว่า คุณ จะ อยู่ ที่ไหน เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ของคุณก็ สามารถ พนันบอล ได้ตลอด 24 ชั่วโมงรองรับทุกระบบ ทั้ง iOS รวมทั้ง Android แท็บเล็ตก็สามารถ เล่น ได้ เช่นกัน คุณ ไม่จำเป็นต้องเดินไป ร้านแทงบอลอีกต่อไป เพียงแค่หยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของคุณ ขึ้นมาก็ สามารถ พนันบอล ได้แล้ว หากต้องการ สมัครสมาชิกกับทางเว็บไซต์ ยูฟ้าเบท ออ โต้ วันนี้ ทาง เว็บไซค์ โปรโมชั่นสุดพิเศษ ไว้สำหรับ สมาชิกทุกคน สมัคร ยูฟ้าเบท เลย บาคาร่าฟรี

Ghostbusters: Afterlife บริษัทกำจัดผีภาคล่าสุด โดยลูกชายแท้ ๆ

Ghostbusters: Afterlife หากคุณเติบโตด้วยการดูหนังฟังเพลงมาในยุค 80s หรือเคยได้ชมหนังฮิตของยุค 80s ย่อมจะต้องไม่พลาดหนังของแก๊งปราบผีเรื่องนึงที่ฮิตมาก มาจนุถึงตอนนี้ 30 ปีให้หลังแก๊งปราบผีก็กำลังจะกลับมากับ Ghostbusters: Afterlife ในผลงานกำกับของลูกชายแท้ ๆ ที่จะมาสานต่องานที่พ่อเคยกำกับเอาไว้ และตัวอย่างแรกของหนังก็ได้เผยโฉมทางออนไลน์แล้ว

หลังจากไม่ประสบความสำเร็จกับการรีบูต Ghostbusters ฉบับนำหญิงเมื่อปี 2016 ที่ผู้กำกับสายฮา Paul Fieg (ฺBridesmaids, The Heat) หมายมั่นอยากจะเปิดแฟรนไชส์ฮิตนี่อีกครั้ง แต่ดันกลายเป็นหนังไม่ฮิตของทั้ง

Melissa McCarthy, Kristen Wiig และ Chris Hemsworth อีกเรื่องในเครดิต ค่ายผู้สร้างอย่าง Sony จึงต้องถอยกลับมาตั้งหลักใหม่กันอีกรอบ ฝากความหวังที่แก๊งปราบผีทีมใหม่ ซึ่งยิ่งมองจากสถานการณ์ในปีนี้ที่ความพยายามรีบูตแฟรนไชส์ของ Sony อย่าง Men in

Black: International และ Charlie’s Angel ล้มเหลวไม่เป็นท่า รวมถึงก่อนหน้านี้อย่าง RoboCop ฉบับรีบูตที่ล้มเหลวจนจะต้องรีบูตซ้ำกันอีกรอบในเร็ววันนี้ (จะว่าไปค่ายก็ยังโชคดีที่มี Jumanji ที่รีบูตเรื่องราวจนไม่เหลือเค้าเดิมของภาคแรก ซึ่งหนังประสบความสำเร็จถล่มทลายจนได้มีภาคต่อในปีนี้เป็นภาคที่ 3)

Ghostbusters ภาคต้นฉบับเป็นหนังฮิตระเบิดเมื่อปี 1984 ผลงานของผู้กำกับ Ivan Reitman ที่มีผลงานในยุค 80s ฮิต ๆ เรื่องอื่นเช่น Twins (1988) Junior (1994) หรือสำหรับคอหนังรุ่นใหม่จะรู้จักหนังอย่าง

No Strings Attached (2011) หนังแก๊งปราบผีเมืองนิวยอกร์ก นำแสดงโดย Bill Murray (Lost in Translation) Dan Aykroyd (Indiana Jones and the Temple of Doom) Harold Ramis และ Ernie Hudson

ประกบกับนางเอกสาวอย่าง Sigourney Weaver (Aliens) หนังประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำรายได้รวมทั่วโลกไป 295 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างแค่ 30 ล้านเหรียญฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่ภาค 2 จะตามออกมาในปี 1989 หนังทำรายได้หล่นลง รายรับรวมทั่วโลกที่ 215 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 37 ล้านเหรียญฯ ซึ่งก็ทำให้หนังจบตัวเองอยู่ที่แค่ภาค 2

การกลับมาของ Ghostbusters: Afterlife หรือชื่อเดิม Ghostbusters 2020 เล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้พาลูกสองคน

ย้ายไปอยู่บ้านของคุณตาในชนบท และพบความจริงว่าคุณตาคือ หนึ่งในทีมนักปราบผีของบริษัทกำจัดผีที่เก่งที่สุดในยุค 80s จากนั้นพวกเขาก็ได้ค้นพบว่า สิ่งที่เคยถูกกักขังไว้นานมาแล้วอาจกำลังจะหลุดออกมาจนต้องพึ่งนักปราบผีวัยรุ่นรุ่นใหม่ไปทำหน้าที่ปราบผี นำทีมผู้ใหญ่คนเดียวที่เชื่อ นั่นคือครูในโรงเรียนของเด็กทั้งสองที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของแก๊งปราบผีด้วย

หนังเป็นภาคต่อโดยตรงจาก 2 ภาคแรกในยุค 80s ซึ่งเราก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของยุคสมัยนั้นได้จาง ๆ จากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาแล้ว แม้จะยังไม่ปรากฎตัวในตัวอย่างแต่ก็มีการยืนยันแล้วว่า ทีมนักแสดง

Bill Murray, Dan Aykroyd, Ernie Hudson และ Sigourney Weaver จะกลับมาทั้งหมด (ขาดก็แต่ Harold Ramis ซึ่งเสียชีวิตไปในปี 2014 เขาคือผู้กำกับหนังดังของ Bill Murray เรื่อง Groundhog Day (1993) ด้วย) ดูหนังออนไลน์ฟรี

สมทบกับนักแสดงใหม่ที่ฮิตในแต่ละกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ซึ่งสื่อให้เห็นว่าทีมการตลาดของหนังทำการบ้านมาดี ไล่ตั้งแต่ Paul Rudd จาก Ant-Man, Carrie Coon จาก Gone Girl และ Widows, นักแสดงเด็ก Mckenna Grace จาก Captain Marvel รวมถึงนักแสดงเด็กที่ชอบไปอยู่ในหนังแก๊งเด็กยุค 80s ทั้งหลายอย่าง จนกลายเป็นยี่ห้อบนหน้าไปแล้ว สำหรับ Finn Wolfhard ที่เล่นบทนำทั้งในหนัง It ทั้ง 2 ภาคและ Stranger Things

ความพิเศษของ Ghostbusters: Afterlife อีกอย่างก็คือ หนังกำกับโดย Jason Reitman ลูกชายแท้ ๆ ของผู้กำกับสองภาคต้นฉบับ ซึ่งเขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่เติบโตมาทำอาชีพเป็นผู้กำกับหนังเช่นเดียวกันพ่อ

ก็เพราะถูกเลี้ยงและโตมากลางกองถ่ายนี่เอง (รวมถึงกองถ่ายของ Ghostbusters ด้วย) เขาเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาแล้วถึง 2 ครั้งจากหนัง Juno (2007) และ Up in the Air (2009)

Much of his work is a satire of modern life, which Rietman hopes will add depth and depth to the films his father has made. Until it’s more than just another market movie, the mainstream doesn’t feel deeply touched by another story.

The movie enters the hotel in the country on July 8, 2020 or the next half year from

“โทนี่” ซัดคนปล่อยข่าวดีล “ธรรมนัส” 2 พันล้าน ลั่น “คนอย่างผมใช้เงินไม่โง่”

โทนี่ วู้ดซัม (Tony Woodsome) หรือ ทักษิณ ชินวัตรอดีต นายกรัฐมนตรี ร่วม พูดคุย ในประเด็น CareTalk x CareClubHouse : อดีต ปัจจุบัน อนาคต ของการเมืองไทย – แล้ว อนาคตของเยาวชนไทย จะคืออะไรกล่าวตอนหนึ่งว่าสิ่งที่เสียใจที่สุดและก็ เสียหาย ที่สุด จาก การปฏิวัติ ปี 2549 คือ รัฐธรรมนูญ

ที่ดีที่สุดถูกฉีกไป เพราะว่ารัฐธรรมนูญ 1 2540 ให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของ คนไทย มองดูคนประเทศไทย เป็นคน ทำให้คน เป็น ผู้นำต้อง ดูแล พลเมือง ทำให้ ระบบ การเมือง ไม่มี การต่อรอง

โทนี่ กล่าวว่า การเมือง ที่ แก้ไข จริงๆ คือ รัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่มีพรรค เล็ก พรรค น้อยมาต่อรอง ทำให้นายกฯ มีภาวะผู้นำ แก้ไขปัญหา ประเทศชาติ ได้อย่างมาก แล้วก็รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ถือว่า เร็ว ร้าย ที่สุด ทำให้ การเมืองอ่อนแอ ได้รัฐบาลจับฉ่าย

“มีคนปล่อยข่าวว่าผมให้ 2,000 ล้าน บาท กับ ร.อ.ธรรม นัสพหมเผ่า เลขาธิการ พรรค พลัง ประชา เมืองเพื่อล้มรัฐบาล

แต่ไม่สำเร็จคนอย่างผม ใช้เงินไม่ ที่มครั้งนั้น คุณประยุทธ์ ชนะ 28 เสียง ถ้าหากหายไป 28 เสียง คือหลุด ถ้า 2,000 ล้าน ก็หมายถึงหัวละ 70 ล้าน แต่นี่ 5 ล้านก็วิ่งกันห่างชี้แล้ว”

“ผมไม่เคยคิดเรื่อง พวกนี้ เพราะ ผมเกลียด ไม่ชอบเรื่องเหล่านี้ ผม สมัครใจ มา ทำงาน การเมือง เพราะว่า

รัฐธรรมนูญ ปี 40 เพราะ ระบบรัฐธรรมนูญ มันดี แต่ว่า ทุกคน เห็นว่าผมมีตั้งค์ กล่าวหา ผม จะ ซื้อเสียง การ ปล่อย

ข่าว ต้องเช็ค ให้ดี ปล่อยข่าว แบบนี้ เป็น ควาย เพียงแค่นั้นท่าน เป็นคนอย่า ให้ ควาย ลาก ท่านจะให้ควายจูงไม่ได้

มาถาม ผมเลย สักครู่ ผมจะบอกคนอย่างผม ไม่พูดเท็จแต่ว่าถ้าผมคิดว่า สั่ง นั้นไม่ควรพูด ผม จะไม่กล่าว”

โทนี่ ยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และก็รมว.กลาโหม สั่ง ปลด ร.อ.ธรรมนัส พัน รมช.เกษตรฯว่า ที่เป็นวันนี้ ได้เพราะนายกฯโกรธ จึงสั่งปลด

ร.อ.ธรรมนัสและนถมล ยิ่งขึ้นไป สินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พลั ประชารัฐ พันรัฐมนตรีช่วยว่าการ แรงงาน ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพี่ป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

“ไปทุบกล่องดวงใจเขา ก็ โกรธ เขาแก่กว่า แต่ว่าเขาก็เลยสุขุม กว่า เขาเลย ไม่ยอม ลาออกจาก หัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรม นัสไม่ยอม ออกมาจากเลขาธิการ พรรควันนี้ พรรค ที่ ส่งเสริม รัฐบาลจริงๆ เป็นพรรคพลังประชาชนเมือง นายกฯ ตัดขาตนเอง ตีนลอย ดังนั้น การเมืองต่อจากนี้ราคาแพง” อื่นๆ

รีวิว SCOUTS GUIDE TO THE ZOMBIE APOCALYPSE : สามลูกเสือปะทะซอมบี้

รีวิว เราเป็นคนชอบดูหนังซอมบี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ว่าจะเรื่องไหน ขอให้มีซอมบี้ ดูได้หมดเลย ตั้งแต่ The Walking Dead, Resident Evil, Zombieland, Dawn of the Dead, Land of the Dead, Warm Bodies, World War Z ฯลฯ

หนังซอมบี้โดยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหนังฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ หนังเกรดเอหรือเกรดบี มีสาระหรือไม่มีสาระ เราก็ดูสนุกได้แทบทุกเรื่อง จะมีหนังซอมบี้เพียงไม่กี่เรื่องหรอกที่เราดูแล้วไม่โอเค เท่าที่จำได้ ล่าสุดก็เห็นจะเป็น Maggie: ลูกคนเหล็ก ที่ป๋า Arnold Schwarzenegger แสดงนำ

ดังนั้นคอหนังซอมบี้อย่างเรา ไม่มีพลาด Scouts Guide to the Zombie Apocalypse อย่างแน่นอน (หน้าตาของพระเอกไม่มีส่วนดึงดูดให้ไปดูเลยจริงจริ๊ง~)

เรื่องย่อ SCOUTS GUIDE TO THE ZOMBIE APOCALYPSE

Ben (Tye Sheridan จาก Mud, The Tree of Life), Carter (Logan Miller), และ Augie (Joey Morgan) เป็นเพื่อนรักกันและเป็นลูกเสือด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่พอโตขึ้น Ben กับ Carter ก็อยากเลิกเป็นลูกเสือแล้วไปใช้ชีวิตวัยรุ่นไฮสคูลและเริ่มเดินบนเส้นทางใหม่ แต่ติดที่เกรงใจ Augie เพื่อนรักผู้ซึ่งอินกับการเป็นลูกเสือมากๆ

ในวันตั้งแคมป์วันหนึ่ง หัวหน้าลูกเสือ Rogers (David Koechner) เกิดไม่มาตามนัด ตกดึก Carter ก็ชวน Ben แอบออกไปงานปาร์ตี้ ใจนึง Ben ก็ไม่อยากทิ้ง Augie ไว้คนเดียว แต่สุดท้ายก็ยอมไปปาร์ตี้กับ Carter ด้วย เพราะ Kendall (Halston Sage จาก Paper Towns) พี่สาวคนสวยของ Carter ซึ่งเป็นสาวที่เขาแอบชอบมาตั้งแต่เกรด 6 ก็อยู่ที่งานปาร์ตี้นั้น

แต่พอลูกเสือทั้งสามออกจากป่ามา ก็พบว่าคนทั้งเมืองกลายเป็นผีดิบซอมบี้กันไปหมดแล้ว พวกเขาจึงต้องหนีซอมบี้กันหัวซุกหัวซุน และยังต้องหาทางไปช่วย Kendall จากปาร์ตี้อีกต่างหาก โดยพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากสาวเสิร์ฟค็อกเทล Denise (Sarah Dumont จาก Don Jon) ซึ่งไม่ได้มีดีแค่หุ่นเอ็กซ์

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ SCOUTS GUIDE TO THE ZOMBIE APOCALYPSE

คุณหนังชื่อยาว Scouts Guide to the Zombie Apocalypse ดูเป็นหนังฟอร์มไม่ใหญ่ และอาจจะดูไม่แปลกใหม่มาก เพราะหลายคนก็คงเอียนกับหนังซอมบี้ผีดิบกันเต็มแก่ แต่สำหรับใครๆ ที่อยากหาหนังสนุกๆ คลายเครียด หรือเป็นคอหนังแนวซอมบี้แบบเราล่ะก็… ควรได้ลองเข้าไปชมสามลูกเสือหนุ่มน้อยปะทะกับฝูงซอมบี้ใน Scouts Guide to the Zombie Apocalypse

สำหรับเรา เราพูดตรงๆ เลยว่า Scouts Guide to the Zombie Apocalypse มันก็ไม่มีสาระหรือเมคเซนส์อะไรนักหรอก ตามประสาหนังตลกวัยรุ่นวัยเกรียน (เช่น ตอนเจ๊ Kendall ร้องเรียกให้หนุ่มๆ มาช่วย นางกลับตะโกนแหกปากเรียกแต่ Ben! Help me! แทนที่จะเรียก Carter ซึ่งเป็นน้องชายในไส้ก่อนเรียกเพื่อนน้องชาย ดีออก) แต่ถ้าไปดูหนังเอาเบาสมอง ขำๆ เราว่าหนังลูกเสือปะทะซอมบี้เรื่องนี้ผ่านฉลุย

เชื้อไวรัสที่มาที่ไปจากห้องแล็บทดลอง การติดเและแพร่เชื้อโดยการถูกกัด จนไปถึงการฆ่าซอมบี้โดยเล็งที่ศีรษะ ทั้งหมดนี้ก็ดำเนินไปตามสูตรหนังซอมบี้ทั่วไปที่เคยดูนั่นแหละ แต่ Scouts Guide to the Zombie Apocalypse พิเศษตรงที่ หนังเขาพยายามใส่ความทันสมัยและเอาความเป็นลูกเสือมาใช้อย่างสร้างสรรค์จรรโลงใจ เช่น การผูกเงื่อน การเหลาไม้ เป็นต้น

ผู้หญิงในเรื่องนี้จะสวยเอ็กซ์นมสะบึ้มกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกอบ ดังนั้นทำใจล่วงหน้าไว้ได้เลยว่า มุกตลกหรือฉากฮาๆ ส่วนใหญ่ในหนังจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเซ็กส์หรือเนื้อนมไข่แทบทั้งเรื่อง แต่สิ่งเหล่านั้น หนังเขาทำออกมาน่ารักและรู้ลิมิตความเหมาะสม เราเลยไม่รู้สึกว่าหนังมันต่ำช้าหยาบคายเท่าไหร่ โดยรวมคือตลกและบันเทิงดี

ส่วนฉากโหดๆ เช่น เลือดสาด สมองกระจาย หรือไส้ไหล ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังซอมบี้ก็ต้องมีอยู่แล้วเป็นธรรมดา สำหรับ Scouts Guide to the Zombie Apocalypse เขาก็จัดให้เต็มๆ ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง แต่โดยรวมก็ไม่ถึงกับโหดมากมาย เพราะหนังเขาเน้นไปทางสายเอาฮามากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในหนัง Scouts Guide to the Zombie Apocalypse ก็ครบสูตรหนังสมัยใหม่อยู่อย่างหนึ่งตรงที่ ตัวละครเขามีครบเลย ทั้งคนผิวสี, คนแก่คนชรา, LGBT (ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดว่าหัวหน้าลูกเสือเขาเป็นเกย์อะนะ), และคนพิการ

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เด่นชัดมากๆ สาวเอ็กซ์ Denise นี่บทเด่นมาก ทั้งสวยฮอต ทั้งเก่งและแกร่ง เป็นตัวแทนของ the strong female protagonist ของเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ประทับใจ แล้วบทของ Denise นี่สะท้อนให้เราเห็นอีกว่า ในสังคม ยังมีคนอีกหลายคน (โดยเฉพาะผู้ชาย) ที่มองผู้หญิงที่ “นมนำสมอง” และชอบตัดสินคนอื่นจากบุคลิกหรือการแต่งตัว

เช่น ตอนแรก Carter ก็ตัดสิน Denise ว่าเป็นสาวระบำเปลื้องผ้า เพียงเพราะเห็นเธอดร็อปเรียนไปและมาทำงานที่บาร์นู้ด ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว Denise ไม่ได้เกิดมารวยเหมือนพวกเขา เธอจึงสอบวัดเทียบระดับ และที่มาทำงานที่บาร์ เธอก็เป็นแค่สาวเสิร์ฟเท่านั้น

แต่จริงๆ แล้ว Carter นี่เป็นตัวละครที่เราชอบตัวหนึ่งเลยนะ (ไม่นับหน้าตา ซึ่ง Ben หล่อที่สุด) โดยผิวเผิน Carter อาจดูเป็นคนที่เกรียนที่สุด และหมกมุ่นกับเรื่องเซ็กส์มากที่สุด แต่ Carter ก็เป็นตัวละครที่มีพัฒนาการสูงอย่างน่ารัก โดยเริ่มสังเกตได้จากฉากที่ Ben เปลี่ยนล้อรถช่วงต้นเรื่องกับกลางเรื่อง เป็นต้น ดูหนังออนไลน์ฟรี

และที่สำคัญ เราว่า Carter นี่เป็นตัวแทนของวัยรุ่นยุคใหม่ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของการอยากมีตัวตน อยากเข้าสังคม บ้าเซลฟี่ และติดโซเชียลฯ ตลอดเวลา

Carter จะมีคาแรกเตอร์ตรงกันข้ามกับ Augie ทุกอย่างทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันแท้ๆ คือ Augie เขาจะจริงจังตั้งใจกับการเป็นลูกเสือมากถึงมากที่สุด ถ้าสังเกตจากชุดเครื่องแบบจะเห็นว่าบนตัวของ Augie จะมีตราติดอยู่เยอะกว่าเพื่อน ตามด้วยของ Ben และ Carter ตามลำดับ ซึ่งแปลว่า Augie สอบผ่านคอร์สลูกเสือมามากที่สุด

สาระสำคัญอย่างหนึ่งของหนังคือ แก๊งลูกเสือแก๊งนี้ทำให้เราตระหนักว่า ทักษะความรู้ที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ใช้ พวกเขากลับได้ใช้ประโยชน์ก่อนใครโดยไม่ได้ตั้งตัว (ดังนั้น ถ้าเด็กๆ คนไหนกำลังบ่นว่า วิชานี้ไม่สำคัญ เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ คงต้องลองคิดดูใหม่แล้วเนาะ)

แต่อย่างไรก็ดี บททดสอบในชีวิตจริงมันไม่ง่ายเหมือนตอนสอบ อย่างที่เราจะเห็นได้ว่า พอซอมบี้ระบาดทั่วเมือง ลูกเสือหนุ่มคนที่สามารถเอาความรู้มาประยุกต์ใช้ได้ดีที่สุดกลับคือ Ben ผู้ซึ่งพยายามหาทางลาออกจากวงการมาตลอดสามปี ในขณะที่ Augie ซึ่งเป็นลูกเสือระดับสูงสุด ยังทำอะไรเงอะๆ งันๆ เช่น ติดไฟก็ไม่ติดสักที ทั้งๆ ที่สอบผ่านการจุดไฟแล้ว ผูกเงื่อนตายก็ไม่อยู่ ทั้งๆ ที่สอบผ่านการผูกเงื่อนมาแล้ว ฯลฯ

แต่ถึงแม้ทักษะความรู้จะสำคัญขนาดไหน มิตรภาพก็สำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ลูกเสือทั้งสามคนเจ๋งที่สุดเวลาอยู่ด้วยกันแท็กทีม ทั้งสามคนร่วมด้วยช่วยกัน เติมเต็มซึ่งกันและกัน เข้าใจกัน สามัคคีคือพลัง พวกเขาจึงเอาสามารถต่อสู้กับซอมบี้ได้ นี่ก็คือประเด็น

ไม่มีแล้วแอสตร้าฯ 2 เข็ม! กรมควบคุมโรค สั่งฉีดวัคซีนโควิด “สูตรไขว้”

ไม่มีแล้วแอสตร้าฯ 2 เข็ม! กรมควบคุมโรค สั่งฉีดวัคซีนโควิด "สูตรไขว้" ทั้งประเทศ

ไม่มีแล้วแอสตร้าฯ 2 เข็ม! อธิบดี กรมควบคุม โรค แจกแจง ปรับ กรรมวิธีการ ฉีดยาปกป้อง โควิด เป็นสูตร ขัด ทั่วทั้งประเทศ ชี้ ฉีด ซีโนแวค และก็ตามด้วย แอ สต ร้า เซน เนก้า สร้าง ภูมิต้านทานได้สูง พอๆกับฉีดแอ สตร้า เซน เนก้า 2 เข็ม แม้กระนั้น ใช้เวลาเร็ว กว่า

(11 กันยายน 64) นพ. โอภาส การย์กวินเหล่ากอ อธิบดีกรม ควบคุม โรค พูดถึง ในกรณีที่ โรงหมอศิริราช ออกประกาศ แจกแจง การฉีดยา คุ้มครองปกป้อง โควิด-19จากที่ ก่อนหน้าที่ผ่านมา จะ ฉีด สูตร แอ สต ร้า เซน เนก้า 2 เข็มกลายเป็นสูตร ขัด ซีโนแวค และก็แอ สต ร้าเซนเนก้า เพื่อเป็นไปตาม แนวทาง ของ กระทรวงสาธารถสุข

นพ. โอภาส การันตี ว่า ไม่ได้มีหลักสำคัญ อะไร ก็แค่ โรงพยาบาล ศิริราช ขึ้นกับ โควตา ของกรุงเทพฯ ( กรุงเทพมหานคร เมื่อ มีการ เปลี่ยนเป็นฉีด สูตรขัด SAเป็นเข็ม ที่ 1 เป็นซิโนแวค แล้วก็อีก 3 อาทิตย์ มาฉีดเข็ม 2 เป็นแอ สตร้าเซนเนก้า เพื่อ ภูมิคุ้มกันโรค ที่เกิดขึ้น เร็วกว่า การฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มที่ ใช้เวลาห่าง กัน ถึง 12 อาทิตย์ ทางโรงหมอ ก็ เปลี่ยนแปลงตาม

อธิบดี กรมควบคุม โรค บอก เพราะ จากการเรียน ผลวิจัยฉีด สูตร ไขว้ SA พบว่า ความสามารถ สำหรับการ สร้างภูมิต้านทาน โรค สูง เสมอกัน กับการฉีดแอ สตร้าเซนเนก้า 2 เข็มแต่ใช้เวลา ที่ สั้นกว่า ซึ่งด้วยเหตุการณ์แพรระบาด ในขณะนี้ ที่ส่วนใหญ่ เป็น เชื้อไวรัสวัววิดกลาย ชนิด สายพันธุ์ เดลตา ก็จะ ไม่ ใช้การ ฉีด แอ สตร้าเซนเนก้า 2 เข็มเพราะต้องใช้เวลากว่า 12 อาทิตย์ ก็เลย ใช้สูตร ขัด ในการฉีด เพื่อรีบ สร้างภูมิคุ้มกัน ให้ประชาชน

SEO คืออะไร? ทำไมเจ้าของธุรกิจยุคใหม่ถึงต้องรู้! (Google Ads)

SEO คือ การทำให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกบน Search result เช่น (Google Ads) เพื่อให้ไม่ว่าใครจะหาอะไร ก็เจอเว็บไซต์ของคุณที่พร้อมจะให้คำตอบในสิ่งที่คนถามบนหน้าการค้นหานั้น ยิ่งตำแหน่งที่อยู่แสดงผลสูงเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้คนเข้าถึงเว็บไซต์มากเท่านั้น และอาจได้ยอดขายในท้ายสุด

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่หรือคนที่กำลังสนใจในการทำธุรกิจออนไลน์ และมีเว็บไซต์แล้ว ถามหน่อยเถอะว่าถ้าเสียเงินจ้างคนสร้างเว็บไซต์ไปตั้งหลายแสน แต่เดือนๆ นึงมีคนเข้ามาดูน้อยนิด แล้วกำไรหรือยอดขายจะได้คุ้มทุนที่เสียไปเมื่อไหร่… พวกคุณทั้งหลายอาจจะต้องเคยได้ยินคำว่า “SEO” ผ่านๆ หูกันมาบ้างว่า SEO คืออะไร หรือถ้าไม่รู้จักเลยว่า คุณยิ่งต้องไม่พลาดบทความนี้

ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระอันอัดแน่นตอบคำถามเกี่ยวกับ SEO ว่าคืออะไร เราจะขอนำความหมายของคำศัพท์เฉพาะต่างๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักเพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมดต่อไป

    • Search Engine คือ เครื่องมือในการค้นหา เช่น Google, Yahoo, Bing
    • Ranking คือ การจัดอันดับหน้าเว็บไซต์เมื่อค้นหา
    • Blog คือ บทความที่ถูกเขียนเพื่อจุดประสงค์ในการให้ความรู้ แสดงความคิดเห็น ความสนุก ไม่มีการแฝงโฆษณา และสรุปประเด็นจบใน 1 บทความ
    • Onsite คือ ข้อความหรือรายละเอียดที่ปรากฎบนหน้าเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลสินค้า ข้อมูลบริการ รายละเอียดบริษัท ฯลฯ
    • SEO Outreach คือ บทความที่ถูกส่งไปเพื่อลงในเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งจะมีการใส่ลิงก์และKeywordลงไปเพื่อให้คุณคลิกแล้วกลับเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ของเจ้าของบทความ
    • Optimise คือ การจัดการดูแลจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
    • Keyword คือ คำที่ใช้ในการค้นหา
    • Search Volume คือ จำนวนการค้นหาคำ Keyword นั้นๆ ว่ามีการค้นหาทั้งหมดกี่ครั้ง
    • Anchor Link คือ ลิงก์ที่ถูกใส่เอาไว้ในคำที่เป็น Keyword ต่างๆ จุดประสงค์เพื่อขยายความหมาย ข้อมูล ของคำๆ นั้น โดยที่ไม่ต้องแทรกเข้าไปในบทความ
    • Content คือ คำโดยรวมที่ใช้สำหรับเรียกแทนเนื้อหา โดยนับรวมทั้ง ตัวหนังสือ ภาพ และองค์ประกอบอื่นๆ เช่น Blog Content, Outreach Content ฯลฯ ก็หมายถึง ประเด็นที่เขียน เนื้อหา รวมถึงภาพ วิดีโอ ทุกสิ่งที่ใส่เข้าไปในบทความนั้นๆ
    • Backlink คือ ลิงก์ที่ถูกใส่ไปกับคอนเทนต์ หรือถูกแฝงอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของเว็บภายนอก โดยมีการตั้งเป้าให้ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา (เอาไว้ใส่ใน Outreach คอนเทนต์)
    • Organic คือ ในที่นี้คือ การกระทำทางด้านการตลาดที่ไม่ผ่านการซื้อโฆษณา
    • Organic Search คือ ผลลัพธ์การค้นหาที่แสดงขึ้นมาบนหน้า Search result โดยที่ไม่ผ่านการจ่ายเงินเพื่อแสดง

มากันที่สาระสำคัญสำหรับบทความนี้คือจะอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด ให้คุณรู้จักว่า SEO คืออะไรอย่างลึกซึ้งเพื่อที่ว่าหากใครกำลังเริ่มธุรกิจหรือคิดจะสร้างหน้าร้านบนโลกออนไลน์จะได้นำไปปรับใช้เพื่อทำ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ

SEO คืออะไร?
SEO หรือ Search Engine Optimization คือ กระบวนทางการตลาดดิจิทัลที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกในการค้นหา (บนหน้า Google) ยิ่งเว็บไซต์อยู่สูงเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสให้คนมองเห็น ถูกคลิก และอาจจะได้ยอดขาย&กำไรในท้ายที่สุด

ซึ่ง SEO สามารถจะทำให้เว็บไซต์อย่างแบรนด์ สินค้า หรือธุรกิจบริการ สามารถขึ้นหน้าแรกของ Google เมื่อมีการค้นหาด้วยคำ Keyword ที่เกี่ยวข้องที่คนทำ SEO กำหนดเอาไว้ โดยไม่ได้เป็นการซื้อโฆษณาเพื่อที่แสดงผลบน Google (Google Ads) โดยขั้นตอนการทำนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบต่างๆ ทั้งการใช้ Content แบบ Onsite, Outreach, Blog รวมถึงการใส่ Keyword และการทำ Backlink ที่ถือเป็นหัวใจหลักในการทำให้เว็บไซต์ของคุณไต่อันดับจากหน้าท้ายๆ ขึ้นมาจนถึงหน้าแรกได้แบบ Organic

การทำ SEO นี้ไม่ได้จำเพาะในเรื่องดึงเนื้อหาออกมาจัดอันดับ แต่ยังรวมถึง การดึงรูป และวีดีโอ ออกมาให้คนพบเจอได้ด้วย ซึ่ง SEO ต้องอาศัยทั้งระยะเวลาและการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในระยะยาว

และด้วยเหตุที่ SEO นั้นไม่ต้องเสียเงินให้ Google แม้แต่บาทเดียว สิ่งที่ต้องทำจึงเป็นการพัฒนาและจัดระเบียบเว็บไซต์ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุง Content เพื่อสร้างเครือข่ายสู่การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของตนจน Google เห็นว่าเว็บนั้นๆ มีศักยภาพในการดึงดูดผู้เข้าชม และตอบโจทย์ผู้ใช้ จึงจะค่อยๆ เลื่อนลำดับหน้าเว็บ ให้ขึ้นมาอยู่บนหน้าแรก ยิ่งเป็นตำแหน่งแรก (บนสุด) ด้วยแล้วถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด ที่ทุกธุรกิจต่างแย่งชิง รับทำ SEO

สำคัญอย่างไร ทำไมต้องทำ SEO

เพราะโดยส่วนใหญ่ การเข้าชมเว็บไซต์มักจะเริ่มมาจากการค้นหาผ่านแพลตฟอร์ม Search Engine ต่างๆ (ไม่ค่อยมีใครเข้าเว็บไซต์โดยตรง) แม้ว่าปัจจุบัน Social Media สามารถดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์ได้เช่นกัน แต่ Search Engine ก็ยังเป็นช่องทางหลักสำหรับเว็บไซต์

ที่การเสิร์ชสำคัญอย่างมากก็เพราะ เครื่องมือค้นหาเหล่านี้สามารถมอบการเข้าถึงที่เฉพาะกลุ่ม เข้าใจง่ายๆ ก็คือคนที่เข้าเว็บไซต์คุณจากการค้นหานั้น เขาจะต้องมีความสนใจที่จะค้นหาข้อมูลหรือซื้อสินค้าหรือบริการอยู่ก่อนแล้ว ถึงค้นหาคำต่างๆ แล้วคลิกสู่เว็บไซต์ของคุณได้ ต่างจากการทำโฆษณาที่คนอาจจะเข้ามาเพียงเพราะพวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้

แน่นอนว่าถ้าเครื่องมือค้นหาเหล่านี้ ไม่สามารถค้นหาเว็บไซต์ หรือแม้แต่เก็บข้อมูลหน้าเว็บของคุณเข้า ฐานข้อมูลได้ รับรองว่าคุณจะต้องพลาดโอกาสดีๆ ในการที่คนทั่วโลกจะเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณและคงไม่ต้องถามถึงการทำธุรกิจเลยว่าจะเป็นอย่างไร

แล้วทำไมถึงต้องอยากขึ้นหน้าแรก GOOGLE หรืออันดับแรก
ไม่ใช่เพียงแค่หน้าแรกเท่านั้น แต่การได้ตำแหน่งแรกมาครอบครองคือสิ่งที่ธุรกิจต่างๆ แข่งกันอย่างดุเดือดเพื่อให้เว็บไซต์ของตัวเองได้ไปอยู่ตรงจุดนั้น จากชาร์ตด้านบน (อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2021) คุณจะเห็นได้ว่ายิ่งตำแหน่ง (Position ในแกน X แนวราบ) ขึ้นมาทางหน้าลำดับต้นๆ เท่าไหร่ Click through rate (CTR) หรือจำนวนคลิกที่ได้รับหารด้วยจำนวนการแสดงผล ก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้น ความหมายคือยิ่งหน้าเว็บของคุณอยู่หน้าหลังหน้า 1 หรือ อันดับ 10 ลงไป โอกาสที่คนจะเข้าไปพบเว็บไซต์ของคุณจากการค้นหานั้นแทบไม่เหลือ แน่นอนว่าหน้า 1 และอันดับที่ 1 ได้รับการเข้าถึงสูงที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้

เริ่มทำ SEO ตอนไหนจะดีที่สุด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำ SEO ก็คือ… “ตอนที่คุณยังไม่มีอะไรเลยสักอย่าง” หยุดก่อน ก่อนที่จะเกี้ยวกราดว่าเรากวน โปรดฟังเหตุผลสักนิด ที่บอกว่าไม่มีอะไรสักอย่างหมายถึง ให้คุณเริ่มกระบวนการการทำ SEO ซะตั้งแต่ยังไม่มีเว็บไซต์หรือวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจเลยจะดีมาก

เหตุผลก็เพราะคุณจะได้เตรียมตัวในการทำเว็บไซต์เพื่อให้รองรับกับการทำ SEO มากที่สุดนั่นเอง เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมาทำ SEO กันตอนที่ทำเว็บไซต์เสร็จไปทั้งหมดแล้ว ผลสุดท้ายก็คือต้องมานั่งปรับ แก้ หรือบางครั้งหนักมากก็ถึงกับขั้นต้องทำเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว ดังนั้นทำซะตั้งแต่ยังไม่มีอะไรนั่นล่ะ คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

พร้อมที่จะเริ่มทำ SEO แล้ว ต้องทำอย่างไรบ้าง

โดยส่วนมากบริษัทต่างๆ ก็จะจ้างเอเจนซี่การตลาดดูแลเรื่อง SEO ให้เป็นปกติ แต่ประเด็นที่เราอยากให้เจ้าของกิจการทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่างๆ นั้น เพื่อที่จะได้ช่วยให้คุณทำงานกับเหล่าเอเจนซี่ที่คุณว่าจ้างได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนใครที่กำลังศึกษาการทำ SEO หรือต้องการทำ SEO ด้วยตัวเองขั้นตอนเหล่านี้คือสิ่งที่คุณต้องนำไปใช้

1. ทำแผนการตลาดสำหรับทำ SEO ทั้งหมด
การทำแผนการตลาดล่วงหน้าจะช่วยให้คุณคุมงบประมาณได้ โดยขั้นตอนนี้คุณอาจจะต้องทำไปพร้อมๆ กับทีมเอเจนซี่ที่คุณว่าจ้าง เพื่อให้พวกเขาเสนอแนวทางและการใช้งบในส่วนต่างๆ ว่าจะลงเงินในส่วนของการทำ SEO เท่าไร
ส่วนของค่าบริการเท่าไร ระยะเวลากี่เดือน แล้วต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เสริมหรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้หากคุณไม่วางแผนล่วงหน้าอาจทำให้งบบานปลายได้และควรคุยกับคนที่คุณว่าจ้างให้ชัดเจนถึงสิ่งที่คุณจะได้ เช่น จะมีรายงานผลการทำ SEO ทุกๆ เดือนหรือไม่ เปลี่ยน Keyword ได้กี่ครั้ง ใครจะเป็นคนกำหนด Keyword เป็นต้น

2.ค้นหา Keyword ที่ต้องการให้เว็บไซต์คุณติดอันดับหรือนำมาทำ SEO
หากคุณเป็นธุรกิจใหม่ยังไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งนั้น สามารถเริ่มทำได้ด้วยการค้นหา Keyword เป็นอันดับแรก ซึ่งหากอยากลองค้นหาด้วยตัวเองก็จะมีเครื่องมือช่วยค้นหาต่างๆ ดังนี้ (หากต้องการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพอาจจะต้องจ่ายค่าบริการในบางแพลตฟอร์ม) หลักๆ แล้ว Keyword ที่ Optimise ควรมี Search Volume หรือมีปริมาณการเสิร์จทุกๆเดือน และมีความสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณ

    • Google Keyword Planner
      เป็นเครื่องมือที่ทาง Google ออกแบบมาเพื่อให้คุณค้นหา Keyword ทั้งยังสามารถตรวจสอบได้ถึงค่าต่างๆ ว่าแต่ละคำนั้นมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร จุดประสงค์หลักของเครื่องมือนี้คือเอาไว้ช่วยให้คนทำ Google Ads สามารถวางแผนโฆษณาของตัวเองได้ดีขึ้นแต่ก็สามารถนำมาปรับใช้สำหรับงานทางด้าน SEO เพื่อดูสถิติของแต่ละ keyword ได้เช่นกัน
    • Uber Suggest
      วิธีการก็คือให้คุณพิมพ์ Keyword ที่พอจะนึกเองได้ (ต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าที่ตนเองทำ) เมื่อได้ Keyword มาแล้วก็ลองดูที่ Search Volume ว่าคำไหนเป็นที่นิยมบ้างแล้วจึงลองเลือกมาสัก 3-5 คำ ก่อนก็ได้ จากนั้นค่อยเอาคำเหล่านั้นที่เลือกไปปรึกษากับคนทำ SEO เพื่อเข้าสู่กระบวนการในลำดับต่อไป
    • Ahrefs
      อีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับตรวจสอบ Keyword ที่เอเจนซี่นิยมใช้กัน โดยความสามารถของเครื่องมือนี้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่ามีเว็บไซต์ไหนบ้างที่ลิงก์มาหาเว็บเป้าหมายที่เราตั้งใจจะส่งลิงก์ไปมั้ย ทำให้เราสามารถดูสถานการณ์ของคู่แข่งแล้วนำมาปรับกลยุทธ์ของเราว่าควรทำ Backlink จากที่ไหนก่อนหรือหลัง อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบ Backlink ของเราและคู่แข่งได้ ดูว่าอันไหนที่ไม่เหมือนกันบ้างทำให้เราไม่ต้องไปเสียเวลาสร้าง Backlink ซ้ำ

3.ปรับแต่งเว็บไซต์
ถ้าเกิดว่าคุณยังไม่มีเว็บไซต์มาก่อน ก็ถือว่าได้เปรียบเพราะสามารถสร้างเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ Google กำหนดไว้สำหรับการทำ SEO ได้ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ต้องมาแก้กันให้วุ่นวาย แต่ถ้าคุณมีเว็บไซต์เก่าอยู่แล้วและไม่ได้อัปเดตเลยเป็นเวลาหลายปี ถึงเวลาที่คุณจะต้องปรับเว็บไซต์ให้สนับสนุนการทำ SEO แล้ว

สำหรับเว็บไซต์ที่จะได้คะแนนจาก Google จะต้องเป็นหน้าเว็บที่มี Content ที่แฝงไปด้วย Keyword ในตำแหน่งต่างๆ กระจายอยู่ทั่วทุกหน้าของเว็บไซต์ (ตรงนี้ล่ะที่คุณจะได้นำ Keyword ที่หาในหัวข้อก่อนหน้ามาใช้) เพราะเว็บไซต์ที่ SEO ขึ้นเร็วๆ มีลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ มีตัวหนังสือเยอะ หรือที่เรียกว่า “Onsite” ตรงส่วนนี้อาจทำเพียงครั้งเดียวเลยก็ได้ถ้าไม่มีการเปลี่ยน Keyword และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ Link ที่ต้องใส่ทั้งภายในเว็บไซต์ตัวเอง (ลิงก์กันไปมาระหว่างหน้าต่างๆ) กับ Link ที่แปะไว้นอกเว็บไซต์แล้วชี้เป้ากลับเข้ามายังเว็บไซต์ของตน (Backlink)

*เกร็ดความรู้: เพื่อให้การทำ Onsite มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรกลับมาตรวจสอบไม่ว่าจะเป็น Keyword และ Link ต่างๆ ทุกๆ 6 เดือน – 1 ปี เพราะอาจมีบาง Keyword หรือ Link ที่เสีย

ดังนั้นในทุกๆ หน้าบนเว็บไซต์ของคุณควรมีข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือและสอดแทรก Keyword ที่คุณกำหนดเข้าไปด้วย เพราะ Google จะอ่านเว็บของคุณได้จากตัวหนังสือเหล่านี้ แต่อย่าใส่ Keyword เยอะจนเกินพอดีล่ะ เพราะถ้าเยอะเกินไป Google อาจจะมองว่าเว็บคุณเป็นสแปม

ส่วนวิธีการอัปเดตที่นิยมทำกันเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเคลื่อนไหวอยู่เสมอ นั่นก็คือการทำ Blog หรือคอนเทนต์ที่เป็นบทความแบบยาว วิธีการก็คือเขียนเนื้อหาในหัวข้อที่น่าสนใจและแฝง Keyword ลงไป บทความพวกนี้จะเป็นตัวช่วยอย่างมากในการทำ SEO

4. ส่งคอนเทนต์ไปสู่เว็บไซต์ข้างนอก
วิธีการนี้เราจะเรียกว่า Outreach โดยส่วนประกอบของคอนเทนต์ประเภทนี้นอกจากจะแฝงคำ Keyword ไปในคอนเทนต์แล้วยังจะมีการแทรกลิงก์เพื่อทำเป็น Backlink ให้คนอ่านคอนเทนต์คลิกเข้ามาบนหน้าเว็บไซต์ของเรา

*เกร็ดความรู้: หลายคนอาจสงสัยว่าเราจำเป็นต้องทำทั้ง Blog กับ Outreach Content เลยหรือไม่ คำตอบคือ “ควรทำ” ความแตกต่างของสองประเภทนี้คือ Blog จะทำหน้าที่บนเว็บไซต์ของคุณ อาจมีการลิงก์ยังหน้าอื่นๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพในหน้าเว็บ ส่วน Outreach จะทำหน้าที่เป็นคอนเทนต์ที่ถูกนำส่งไปยังเว็บไซต์ต่างๆ โดยจะมีการแทรก Backlink เข้าไปทุกๆ Content ที่ถูกเขียนขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านได้ลิงก์กลับเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ของเรา เพราะ Google มองว่า เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีการเข้าถึงได้หลากหลายช่องทาง ยิ่งมีการลิงก์ถึงมากก็ทำให้คะแนนของหน้าเว็บนั้นๆ ของเราสูงขึ้น

5. ตรวจสอบพร้อมปรับปรุงแก้ไข
การทำ SEO นั้นไม่ใช่ทำเสร็จแล้วปล่อยไปเลย เพราะอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งที่คุณจะต้องเข้ามาดูการจัดลำดับของ Keyword ที่คุณได้ทำการกำหนดเข้าไป รวมถึง Rank ของหน้าเว็บไซต์ว่าตอนนี้ Keyword คำไหนบ้างที่ติดหน้าแรก แล้วค่อยมาโฟกัสที่คำอื่นๆ ที่ยังไต่ลำดับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยการทำ Outreach Content ส่งออกไปตามเว็บไซต์ต่างๆ

ทว่าหาก Keyword ของคุณกว้างเกินไป การทำ SEO อาจจะเห็นผลช้าหรือไม่เห็นผลเลยก็ได้ ดังนั้นในบางกรณีคุณอาจจะต้องมีการปรับ เปลี่ยน Keyword บางคำใหม่ (แต่เปลี่ยนบ่อยๆ ก็ไม่ส่งผลดี เพราะการเปลี่ยนใหม่ก็เท่ากับคุณเริ่มใหม่)

ตัวอย่าง: คุณขายรถยนต์ฮอนด้ามือสอง

Keyword คำว่า “ขาย รถยนต์” อาจกว้างเกินไปสำหรับธุรกิจของคุณ อาจต้องลองเปลี่ยนมาเป็นคำอื่นๆ เช่น “ขาย รถ ฮอนด้า” “ขาย รถ มือ สอง” “ฮอนด้า มือ สอง” ฯลฯ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้คุณจะต้องทำกระบวนการที่เรียกว่า Keyword Research เสียก่อน โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ดังข้อ 2 ที่เรากล่าวไว้ข้างต้น

6. ให้ Social Media เป็นตัวช่วย SEO ของคุณ
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว Social Media ก็มีส่วนช่วยให้การทำ SEO ของคุณได้ด้วยเช่นกัน โดย Social Media จะช่วย SEO ในแง่ของการที่คอนเทนต์ถูกแชร์ออกไป อาจจะเป็น Outreach หรือ Blog ก็ได้ เพราะในคอนเทนต์เหล่านั้นเราใส่ Keyword พร้อมกับทำ Backlink ไว้อยู่แล้ว เมื่อมีการแชร์เยอะ คนอ่านมาก คะแนนของ Keyword นั้นๆ ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ

Da 5 Bloods 5 เลือดอหังการ์ – สงคราม ประวัติศาสตร์ ในกระแสเรียกร้องประเด็นสีผิว

WHAT THE FACT รีวิว Da 5 Bloods

หากจะให้อธิบายแก่นของหนังอย่าง Da 5 Bloods สงคราม ประวัติศาสตร์ ให้ง่ายที่สุดมันก็จะถูกจำกัดความด้วย สงครามเวียดนาม และ ประเด็นการเรียกร้องพื้นที่ในประวัติศาสตร์ให้คนสัญชาติแอฟริกัน อเมริกัน

แต่เพิ่มเรื่องของการผจญภัยตามล่าขุมทองและอัฐิของเพื่อนร่วมรบ แต่หากไปนึกภาพว่ามันจะเป็นหนังสงครามที่เอะอะยิงกัน หรือ ย้อนอดีตไปเล่าวีรกรรมทหารหาญผิวสีล่ะก็อาจมีเหวอได้ เพราะในบรรดาแนวหนังที่ผสม ๆ

กันมันถูกบอกเล่าผ่านวิสัยทัศน์ของสไปค์ ลี คนทำหนังชาวแอฟริกัน อเมริกัน ที่มักบอกเล่าเรื่องราวเสียดสีสังคมโดยเฉพาะประเด็นเชื้อชาติและชีวิตที่ต้องดิ้นรนของพี่น้องชาวแอฟริกัน อเมริกันของตน

ว่ากันถึงบริบทของประวัติศาสตร์สงครามเวียดนามกันก่อน โดยในการรับรู้ของชาวโลกมันคือสงครามที่อเมริกาได้เข้ามาแทรกแซงการเมืองของเวียตนาม ลาว

และกัมพูชาจนเกิดการปะทะกันขึ้นเพียงเพราะอเมริกาอยากจะเล่นบทตำรวจโลก ทำให้คนชาติเดียวกันถือปืนมาห้ำหั่นกันเอง และก็เป็นสหรัฐอเมริกาที่กลับไปพร้อมความปราชัย และแผลเป็นทางประวัติศาสตร์

และสำหรับโลกภาพยนตร์เองก็เคยบันทึกความอัปยศของสงครามเวียตนามไว้หลายเรื่อง ที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น Apocalypse Now (1979) หนังสงครามเวียดนามขึ้นหิ้งของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา และ The Deer Hunter (1978)

ของไมเคิล ชิมิโนกับฉากรัสเซียน รูเล็ตในตำนาน ที่สร้างคุณูปการแก่วงการไว้มากมาย และที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือไตรภาคเวียดนามทั้ง Platoon (1986), Born on the Forth of July (1989) และ Heaven & Earth (1993) ของอดีตนักข่าวสงครามอย่าง โอลิเวอร์ สโตน ที่ถ่ายทอดความอัปยศอดสูของสงครามที่มีการเมืองขับเคลื่อน

แต่สิ่งที่ Da 5 Bloods บอกเล่ากลับทวีความซับซ้อนเสียยิ่งกว่าฝ่ายการเมืองส่งทหารอเมริกันไปตายเหมือนหนังเรื่องอื่น เพราะจากชื่อหนังที่ไปแทนค่าเป็นกลุ่มแก๊งทหารชาวแอฟริกันอเมริกัน 5 คนในนาม Bloods

ที่เริ่มจากการสาบานเป็นพี่น้องร่วมตายในศึกครั้งนี้ที่สุดท้ายจบด้วยความตายของหัวหมู่ทะลวงฟันอย่าง สตอร์มิน นอร์แมน (แชตวิค บอสแมน หรือ ฝ่าบาทแห่ง Black Panther) จนเป็นที่มาของภารกิจในอีก 45 ปีต่อมาที่เหล่าอดีตสหายศึกอย่าง พอล (เดลรอย ลินโด) ที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจนเกิดเป็นโรค PTSD เอ็ดดี (นอร์ม ลิวอิส) นักธุรกิจถังแตก เมลวิน (ไอเซียอา ไวต์ล็อก จูเนียร์) ที่ติดยาแก้ปวด และ โอทิส (คลาร์ก ปีเตอร์ส) อดีตพลาธิการที่มีความสัมพันธ์กับสาวเวียตนามจนเกิดลูกนอกสมรส

ดังนั้นสถานการณ์ของหนังครึ่งแรกเลยจะตัดสลับระหว่างเหตุการณ์ในปัจจุบันที่เหล่าสหาย Bloods สี่คนที่เหลือเดินทางกลับมาที่เวียดนามในเวลาเกือบครึ่งศตวรรษเพื่อจะพบว่าความขัดแย้งและผลพวงของสงครามยังคงอยู่ กับภาพย้อนอดีตที่ซ้อนทับกับเหตุการณ์ปัจจุบันเพื่อปูให้เห็นจุดมุ่งหมายของตัวละครที่ต้องการกลับมาหาทองที่พวกเขาฝังไว้พร้อมศพของทหารร่วมรบอย่างนอร์แมน และการเข้าไปเกี่ยวพันกับธุรกิจมืดเพื่อให้พวกเขาสามารถขนทองออกจากเวียดนามได้

ซึ่งเราคงต้องยอมรับว่าครึ่งแรกของหนังคือช่วงปรับจูนคนดูอย่างแท้จริง เพราะมันผสมผสาน “สาร” ที่ผู้กำกับอยากจะเล่าเต็มไปหมดทั้งผลพวงของสงครามเวียดนามที่มาทั้งกลืนไปกับเนื้อเรื่องอย่างกรณีแฟนสาวของโอทิส และบรรดาชาวเวียดนามที่มาสะกิดแผลเป็นของสงครามที่กัดกร่อนจิตใจ รวมไปถึงสารที่เหมือนอยู่นอกอาณาเขตของเรื่องราวอย่างบทบาทชาวแอฟริกันอเมริกันในสงครามเพื่อประเทศชาติที่มักจบลงด้วยการเป็นฮีโรที่ถูกลืม และสถานะของพวกเขาในประเทศก็ยังคงเป็นพลเมืองชั้นสองอยู่ดี

และแม้ยี่ห้อ สไปค์ ลี จะจัดจ้านในประเด็นเรื่องสีผิว ความขัดแย้งทางชนชั้น มาตั้งแต่ Do the right thing (1989) สงคราม ประวัติศาสตร์ แต่เมื่อการนำตัวละครที่ยังคงเป็นแอฟริกันอเมริกันแต่เปลี่ยนถิ่นมาอยู่ใน เวียดนาม ดินแดนที่เคยเป็นฝันร้ายของพวกเขา และในขณะเดียวกันก็เป็นเหล่า Bloods เองที่ผลักให้คนเวียดนามอดีตศัตรูของพวกเขากลายเป็นลูกกำพร้า ไร้ญาติ ไปจนสร้างลูกนอกสมรสที่กลายเป็นแกะดำให้คนในประเทศย่ำยี

และโดยที่หนังไม่บอกเล่ากับเราโดยตรงการกลับมาเที่ยว (tour) ครั้งนี้ของกลุ่ม Bloods ก็ไม่ได้ต่างจากการมาประจำการรบ (tour) ที่ไม่บอกก็รู้ว่านี่คือการเล่นคำกับกิจกรรมของตัวละครเพราะมันถูกเชื่อมด้วยคำว่า tour เหมือนกัน เพราะท้ายที่สุดหนทางที่นำพวกเขาไม่ว่าจะไปเพื่อขุดหาอัฐิของนอร์แมนหรือทองคำแท่งมูลค่ามหาศาลก็คือการกลับไปสู่ความขัดแย้งในครึ่งหลัง เพราะที่ที่พวกเขาไปก็ยังเต็มไปด้วยกับระเบิด และการต้องเผชิญหน้ากับทหารรับจ้างที่ต้องการทองของพวกเขา ดูหนังออนไลน์ฟรี

เอาล่ะ ฟังดูเหมือนผมจะบอกว่าอดทนกับครึ่งแรกหน่อย รับรองครึ่งหลังมันส์แน่นอนใช่มั้ยครับ ถ้าเข้าใจอย่างนั้นก็ต้องบอกว่าคุณคิด…..ถูก ! เพราะในขณะที่หนังครึ่งแรกเต็มไปด้วยสารที่เกือบจะกลายเป็นสารคดีเรียกร้องสิทธิ์ให้ชาวแอฟริกันอเมริกันอยู่รอมร่อ

แต่ในครึ่งหลังด้วยความที่มันมีจุดเปลี่ยนจากการที่หนังพาตัวละครกลุ่ม Bloods ที่มี เดวิด (โจนาธาน เมเจอร์ส) เพิ่มเข้ามาและได้พบกับกลุ่มปลดระวางกับระเบิดจากสงครามเวียดนามนำโดย เฮดี (เมอลานี เธียร์รี) สาวสวยชาวฝรั่งเศสที่เดวิดแอบหมายปอง

ก็ทำให้มันพาเรื่องราวไปสู่ช่วงชำระบาปในครึ่งหลังที่สไปค์ ลี ดูจะคุมทิศทางหนังได้อยู่หมัดกว่าครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด

เพราะครึ่งหลัง ลี ได้ผสมกันระหว่างดรามาของทหารที่มีบาดแผลจากสงครามแฝงไปกับภารกิจผจญภัยหาทองสุดระทึก และในขณะที่แฟนแดนตายของเขากำลังคิดว่า ลี ขายวิญญาณไปกับการทำหนังเอาใจตลาดก็ดันมีฉากสารภาพบาปที่ใช้สไตล์การทลายกำแพงที่ 4 หรือ Break the forth wall แล้วให้ตัวละคร พอล

ที่แสดงได้อย่างเดือดสุดโดย เดลรอย ลินโด ได้อิมโพรไวส์บทแสดงความคลั่งและสารภาพบาปที่อัดอั้นจนเขากลายเป็นโรค PTSD ได้อย่างยอดเยี่ยม

และนอกจากการผสานความสนุกเข้ากับสไตล์ส่วนตัวแล้ว ในครึ่งหลังการที่มันมีตัวละครอย่าง เฮดี และ พวกก็ช่วยให้เกิดภาพเปรียบเทียบระหว่างคนที่จะมาลบล้างผลพวงด้วยการปลดระเบิดออกจากดงกับระเบิด กับ อีกฝ่ายที่คิดแต่ “สิทธิของคนดำ”

จนหลงลืมไปว่าผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามครั้งนั้นไม่ได้มีแค่พวกเขา เพราะต่อให้พวกเขาจะจบท้ายด้วยการเป็นคนถังแตก เจ็บป่วย หรือ ติดยา แต่อันตรายจากสงครามคือยังอยู่ในแดนสงครามที่เดิมที่ชาวบ้านต้องเสี่ยงชีวิตทุกวันนั่นเอง

And anyway, when it comes to Spike Lee’s directing style

let’s end with the choice of aspect ratio of the movie. Even the IMDB data shows that the aspect ratio (Aspect Ratio) is only 1.33:1 (narrow screen 4:3) for flashback scenes (flashback) and 2.39:1 (widescreen or Anamorphic Widescreen).

for the current image But if actually watching a movie, it will have another aspect ratio in the present era, which is 1.85 : 1, which is a picture that fits perfectly on the TV screen. When looking at it, it can be seen that director of photography Newton Thomas Siegel chooses different stock film and digital shoots is a combination of techniques to influence the audience’s emotions in the most subtle way.